
Feb 03, 2020 at 06:04 PM

Feb 03, 2020 at 06:04 PM

Feb 04, 2020 at 02:45 PM
สวัสดีค่ะคุณ สุพริตรา
อาการอัณฑะโตขึ้นอาจเกิดจาก
- อัณฑะอักเสบจากการติดเชื้อ ปวดบวมแดงที่อัณฑะ ร่วมกับมีไข้ อาจมีปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนร่วมได้
- ท่อเก็บเชื้ออสุจิอักเสบ อาการปวดจะมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป มากขึ้นเรื่อยๆ อาจมีปัสสาวะแสบหรือมีของเหลวไหลออกมาจากบริเวณอวัยวะเพศ
- เส้นเลือดขอดบริเวณอัณฑะ โดยสังเกตุเห็นเส้นเลือดที่โป่งพองออกมาบริเวณถุงอัณฑะ การทิ้งไว้นานๆโดยไม่รักษาเสี่ยงต่อการเป็นหมันได้
- ถุงน้ำที่อัณฑะ ทำให้เห็นอัณฑะข้างใดข้างหนึ่งโตกว่าอีกข้างได้ หากปล่อยให้มีการอักเสบจะมีอาการปวดรุนแรง
- อัณฑะบิวขั้ว มักปวดทันทีทันใด พบมากในเด็กแรกเกิดและชายหลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เป็นอาการที่อันตรายได้หากปล่อยไว้เพราะอาจทำให้อัณฑะขาดเลือดจนสูญเสียการทำงานไปได้
- ไส้เลื่อน มีอาการได้ตั้งแต่ไม่ปวดจนปวดรุนแรงขึ้นกับระยะของโรค มักพบลักษณะคลำก้อนได้บริเวณขาหนีบ ก้อนอาจผลุบๆโผล่ๆสัมพันธ์กับกิจกรรมบางอย่าง เช่น ไอ จาม เบ่ง ยกของหนัก
-โรคผิวหนังบริเวณอัณฑะ อาจมีตุ่มหรือผื่นให้เห็นภายนอกได้
หากปวดมากขึ้นเรื่อยๆ หรือมีอัณฑะบวม แดง ร้อนมากขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอย่างที่กล่าวไปว่ามีบางสาเหตุของการปวดอัณฑะที่เป็นภาวะฉุกเฉินต้องรีบแก้ไข
การดูแลตัวเองเบื้องต้น งดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน ไม่ไปบีบหรือจับบริเวณที่ปวดบ่อยๆ กินยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการปวดได้