
Dec 13, 2020 at 04:23 AM

Dec 13, 2020 at 04:23 AM

Dec 13, 2020 at 05:44 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Aun Kunyaphat Prajantasan,
อาการมีไข้ ตัวร้อน มีน้ำมูก ไอ อาจเกิดจากเป็น
1. ไข้หวัดธรรมดา เกิดจากการติดเชื้อไวรัสบริเวณทางเดินหายใจส่วนต้น อาการได้แก่ มีไข้ ไอ มีเสมหะ เจ็บคอ เสียงแหบ คัดจมูก มีน้ำมูก จาม ตาแดง อาจมีอาการอาเจียน หรือท้องเสียร่วมด้วยได้ มักหายได้เองใน 1 สัปดาห์ บางรายอาจมีอาการไอต่อเนื่องไปอีกประมาณ 1 สัปดาห์
2. .ไข้หวัดใหญ่ เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มอินฟลูเอนซา (Influenza) อาการมักรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา ส่วนใหญ่จะหายได้เองเช่นกันในเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ในบางรายโดยเฉพาะเด็กเล็ก คนสูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ อาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ไซนัสอักเสบ หูชั้นกลางอักเสบ ปอดบวม เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เป็นต้น
3. หลอดลมอักเสบเฉียบพลัน ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส และโดยมากก็คือไวรัสที่ทำให้เกิดอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่ ดังนั้นอาการโดยส่วนใหญ่คือจะมีอาการของไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่นำมาก่อน และต่อเนื่องด้วยอาการไอมาก ไอบ่อยและมักมีเสมหะร่วมด้วย อาจมีหอบเหนื่อย หายใจลำบากได้ อาการไอมักนานกว่า 1 สัปดาห์
4.โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV (respiratory syncytial virus) เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง ส่วนใหญ่มักพบในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปี อาการคือในช่วง 2-4 วันแรก จะมีอาการจะคล้ายไข้หวัดธรรมดา เมื่อเชื้อลงสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง จะทำให้หลอดลมอักเสบ หลอดลมฝอยอักเสบ และปอดบวม อาการคือโดยจะมีไข้สูงขึ้น ไอมากขึ้น ไอจนอาเจียน เสมหะมาก หายใจเหนื่อย หายใจลำบาก หอบ หายใจเร็ว หายใจมีเสียงวี๊ดๆ ตัวเขียว ซึมลง อาจถึงขึ้นเกิดภาวะหายใจล้มเหลวได้
หากในตอนนี้ อาการไอของน้องเป็นมากขึ้น ไอจนเหนื่อย มีเสมหะมากขึ้น หรือมีน้ำมูกมากจนทำให้หายใจลำบาก หรือมีไข้สูง (ซึ่งอาจทำให้ดูหน้าแดงปากแดงได้) แนะนำควรกลับไปพบแพทย์เพื่อให้การรักษาเพิ่มเติมค่ะ
ในเบื้องต้น ควรให้น้องดื่มน้ำมากๆ (น้ำไม่เย็น) หลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องแอร์หรือโดนลมจากพัดลมโดยตรง เพราะอาจทำให้น้ำมูก หรือเสมหะเหนียวข้นขึ้นและกระตุ้นให้ไอมากขึ้นได้ หลีกเลี่ยงการให้ทานขนมต่างๆ ของทอดหรือผัด เพราะทำให้เสมหะเหนียวข้นเช่นกัน อาหารควรเป็นประเภทต้มหรือนึ่ง เป็นต้น
สำหรับน้ำมูกที่มีมาก หากเป็นเด็กเล็ก อาจใช้ไม้พันสำลีจุ่มน้ำเกลือแล้วสอดเข้าไปเช็ดรูจมูกทีละข้าง หรือใช้การดูดน้ำมูกด้วยลูกยางแดง โดยใช้ผ้าห่อตัวเด็ก ให้นอนศีรษะสูง ตะแคงหน้าไปด้านหนึ่ง แล้วใช้ลูกยางแดงใส่ในรูจมูกบีบเอาน้ำมูกออกมา หรืออาจใช้น้ำเกลือหยอดจมูกข้างละ 1-2 หยดก่อน แล้วตามด้วยการใช้ลูกยางแดงดูดเอาน้ำมูกออกมา หรือใช้อุปกรณ์พ่นน้ำเกลือแบบสเปรย์สำหรับพ่นจมูกก็ได้ นอกจากนี้ อาจนำวิธีใช้น้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรมาช่วยให้เด็กหายใจโล่งขึ้น เช่น การใช้หัวหอมหลายๆ หัว ปอกเปลือก ทุบพอบุบ นำไปวางไว้ใกล้ศีรษะเด็กเวลานอน เป็นต้น หรือใช้น้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส เป็นต้น