
Feb 18, 2020 at 09:08 AM

Feb 18, 2020 at 09:08 AM

Feb 18, 2020 at 09:25 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Kessinee Hatul,
อาการร้อนในท้อง อาจเกิดจาก
1. โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดบริเวณลิ้นปี่หรือปวดค่อนไปทางด้านซ้าย อาจปวดแบบจุกแน่น หรือแสบร้อนก็ได้ นอกจากนี้อาจมีอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อย อิ่มเร็ว เรอบ่อย คลื่นไส้ อาเจียน เป็นต้น
2. มีแก๊สในทางเดินอาหารมาก ซึ่งเกิดได้จากสาเหตุต่างๆ เช่น
- การกลืนอากาศเข้าไปปริมาณมาก จากการอ้าปาก พูดคุย หัวเราะ หรือหายใจทางปาก การกินหรือดื่มเร็วเกินไป เป็นต้น
- การทานอาหารที่ทำให้เกิดแก๊สหรือเครื่องดื่มที่มีแก๊ส เช่น น้ำอัดลม ถั่ว เมล็ดธัญพืชต่างๆ หรือเกิดจากการทานอาหารเป็นปริมาณมากเกินไป
- การทานยาบางชนิด เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม ยาแก้ปวด
- ขาดน้ำย่อยอาหารบางชนิด เช่น น้ำย่อยย่อยโปรตีนนม แล้วได้ดื่มนมเข้าไป
- มีท้องผูก
- เครียด วิตกกังวล
3.อาจเป็นอาการในก่อนหรือขณะมีประจำเดือนมาก็ได้
ในเบื้องต้น แนะนำให้ทานอาหารอ่อน อาหารที่ย่อยง่าย ไม่ทานอาหารรสจัด ไม่ทานเผ็ด ไม่ทานอาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอดต่างๆ อาหารผัด ควรเคี้ยวช้าๆ ให้ละเอียด ไม่ทานและกลืนเร็ว ไม่ทานอาหารครั้งละปริมาณมาก ไม่เคี้ยวหมากฝรั่ง ไม่ดื่มน้ำอัดลม อัดแก๊สต่างๆ รวมถึงชา กาแฟ โกโก้ แอลกอฮอล์ และไม่ควรทานอาหารก่อนนอนภายใน 2 ชั่วโมง ห้ามทานยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs เช่น แก้ปวดเมื่อย ปวดข้อ ปวดประจำเดือน เป็นต้น หากมีอาการของท้องผูก ก็ควรรักษาให้หาย
หากได้ปฏิบัติตัวดังกล่าวแล้ว อาการยังไม่ดีขึ้น รุนแรงขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ อีก ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ