
Oct 05, 2017 at 09:10 AM

Oct 05, 2017 at 09:10 AM

Oct 05, 2017 at 09:54 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Pare Blink,
จากอาการต่างๆ ของคุณ Pare Blink ที่เล่ามานั้น เป็นอาการซึมเศร้าค่ะ หากอาการซึมเศร้าที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว แต่เป็นอยู่นาน และเริ่มส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน อาจเข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ ซึ่งเป็นโรคที่ประกอบด้วยการเปลี่ยนแปลงของ
1.อารมณ์เปลี่ยนไป ที่พบบ่อยคือกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ ไม่แจ่มใส ไม่สดชื่นเหมือนเดิม สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย เบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งอย่าง สิ่งที่เคยชอบก็ไม่อยากทำ บางคนอาจหงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย อารณ์ร้อนขึ้น ซึ่งเหล่านี้ส่งผลให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไปด้วย
2. ความคิดเปลี่ยนไป มองอะไรก็รู้สึกแย่ไปหมด มองเห็นแต่ความผิดพลาดของตนเอง มองไม่เห็นอนาคต หมดหวัง รู้สึกตนเองไร้ค่า เป็นภาระกับคนอื่น คิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยๆ เมื่ออารมณ์เศร้ามีมากขึ้น ก็อาจถึงขั้นวางแผนการตายและทำร้ายตนเองได้
3. สมาธิความจำแย่ลง หลงลืมง่าย จิตใจเหม่อลอย ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดๆถูกๆ
4. อาการทางกาย เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง นอนหลับยาก เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดหัว ปวดเมื่อยตัว ท้องอืด ท้องผูก
5. การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่องานลดลง ทั้งงานภายนอกและงานบ้าน เมืท่อทำงานผิดพลาดบ่อยๆ หรือลางานบ่อยๆ ก็มักถูกให้ออกจากงาน
6. อาการโรคจิต มักพบในผู้ที่มีโรคซึมเศร้ารุนแรง เช่น อาการหลงผิด ประสาทหลอน
แนะนำให้คุณ Pare Blink ลองทดสอบประเมินดูอาการซึมเศร้าว่ารุนแรงแค่ไหนได้ที่นี่
หากมีอาการซึมเศร้ารุนแรงอาจเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งควรพบจิตแพทย์ค่ะ คุณหมอจะช่วยประเมินหาสาเหตุทางกายที่อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ก่อน เช่น มีภาวะไทรอยด์ต่ำ ขาดวิตามินบางอย่าง เนื้องอกในสมอง สมองอักเสบ เป็นต้น หากไม่มีโรคเหล่านี้ คุณหมอก็ช่วยจ่ายยาที่จะช่วยลดอาการต่างๆลงได้ค่ะ
การเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นคนอ่อนแอ คิดมาก ไม่สู้ปัญหา เอาแต่ท้อแท้ แต่ทีเป็นอยู่ เพราะกำลังเป็นโรค ซึ่งก็เหมือนกับการเป็นโรคอื่นๆ หากได้รับการรักษาที่ถูกวิธี โรคก็จะทุเลาลง จนหายเป็นปกติได้ในที่สุดค่ะ เป็นกำลังใจให้คุณ Pare Blink ผ่านไปได้นะคะ