ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

อัลตราซาวด์ พบเป็นไขมันพอกตับ แล้วเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีอยู่ อันตรายไหม

Arunrat Samranphanสมาชิก

Feb 09, 2023 at 11:14 AM

Ultrasound of the upper abdomen 

Result: 

- The liver is normal in size and diffuse increased echogenicity without focal lesion.

- The portal and hepatic veins are patent. No IHD dilatation is seen. 

-The gallbladder, pancreas, spleen and both kidneys appear within normal limit. No ascites or lymphadenopathy is noted 

Impression 

- Fatty liver

ถ้าในกรณีที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบี ด้วย ถือว่าอันตรายมั้ยคะ

ขอบคุณค่ะ

แพทย์หญิงสลิล ศิริอุดมภาส แพทย์

Feb 09, 2023 at 11:52 AM

สวัสดีค่ะ คุณผู้ใช้งาน,

                  ผลอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน

                  - ตับมีขนาดปกติ แต่พบค่าคลื่นความถี่ในตับสูงกว่าปกติแบบทั่วๆ โดยไม่พบก้อนชัดเจน

                   - หลอดเลือดใหญ่ของตับปกติดี ท่อน้ำดีไม่มีการขยายตัว

                   -  ถุงน้ำดี ตับอ่อน ม้าม ไตทั้ง 2 ข้าง ปกติดี ไม่มีน้ำในช่องท้อง ไม่มีต่อมน้ำเหลืองในช่องท้องโต 

                   สรุปผล มีภาวะไขมันพอกตับ 

                   ซึ่งภาวะไขมันพอกตับ แบ่งออกเป็น

                  - ภาวะไขมันพอกตับจากการดื่มแอลกอฮอล์ เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไป

                  - ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์  เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญ เช่น มีโรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง เป็นต้น หรือเกิดจากการอดอาหาร การลดน้ำหนักมากกว่า 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ การให้สารอาหารทางหลอดเลือดดำ ความผิดปกติของลำไส้ในการดูดซึมสารอาหาร  มีโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี หรือการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ผลข้างเคียงจากการใช้ยาบางอย่าง เป็นต้น

                     ดังนั้น หากเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบชนิดบีอยู่ ก็อาจเป็นสาเหตุของการเกิดไขมันพอกตับได้ ดังนั้น ก็ควรดูแลรักษาไวรัสตับอักเสบบีที่เป็นอยู่ โดยควรไปพบอายุรแพทย์เพื่อประเมินความรุนแรงของอาการ หากมีข้อบ่งชี้ในการรักษาด้วย ก็ต้องรักษาค่ะ ในขณะนี้ ไม่สามารถบอกได้ว่าอันตรายหรือไม่ ต้องตรวจเพิ่มเติมอีกค่ะ

                     การเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีนั้น หมายความว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังค่ะ ไม่ได้หมายความว่าเป็นแค่พาหะ ซึ่งการดูแลต่อจากนี้ ได้แก่ 

                  - การตรวจเลือดเพื่อประเมินดูภาวะของโรค ได้แก่ HBeAg, HBeAb, และ HBV DNA

                 - ตรวจติดตามการทำงานของตับ โดยตรวจ ALT (alanine aminotranferase) ทุก 3-6 เดือน

                 - ตรวจประเมินระยะของโรคตับ ด้วยอัลตราซาวน์ หรือวัดความยืดหยุ่นตับ ด้วยเครื่อง transient elastography

                 หากการตรวจติดตามเป็นระยะดังกล่าว มีความผิดปกติที่เข้าเกณฑ์การรักษา แพทย์ก็จะจ่ายยาต้านไวรัสให้ค่ะ ซึ่งยาที่ใช้รักษามีทั้งชนิดฉีดเข้าใต้ผิวหนังและยาทาน เช่น Interferon-alpha, lamivudine เป็นต้น

                 สำหรับการดูแลตนเองทั่วไป ได้แก่ การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด รวมถึงการสูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ซื้อยาและอาหารเสริมรับประทานเอง ลดอาหารที่มีไขมันสูง หลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ เช่น ถั่วลิสง พริกแห้งที่อาจปนเปื้อนเชื้อรา เนื้อสัตว์ปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม อาหารที่อาจใส่ดินประสิว เช่น ไส้กรอก เบคอน เนื้อเค็ม ปลาเค็ม ของหมักดอง แหนม อาหารสุกๆดิบๆ เช่น ปลาร้า นอกจากนี้แนะนำให้คนที่อยู่ใกล้ชิดกับไปตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีด้วยค่ะ

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม