สวัสดีค่ะ คุณ kimji
โดยทั่วไปการหลั่งนอกไม่ใช่การคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพค่ะ เพราะแม้จะหลั่งอสุจิภายนอกร่างกายของเพศหญิงแต่ในระหว่างที่นำวัยวะเพศออกมาจากช่องคลอดอาจมีอสุจิบางส่วนหลั่งออกมาแล้วและทำให้อสุจิเหล่านั้นตกค้างและสามารถเข้าไปปฏิสนธิได้ค่ะ นอกจากนี้เมือกใสๆหรือน้ำหล่อลื่นของผู้ชายมีอสุจิอยู่เช่นกันค่ะ การหลั่งนอกจึงทำให้ท้องได้ค่ะ
โดยทั่งไปหากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกันสามารถมีโอกาสท้องได้ค่ะ ทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆด้วย เช่น วันไข่ตก ปริมาณอสุจิที่เข้าไปในช่องคลอด เป็นต้น
ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินโดยทั่วไปจะแนะนำให้รับประทานเมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่คาดคิดหรือมีความผิดพลาดจากการคุมกำเนิดปกติ เช่น ลืมรับประทานยาคุมกำเนิดแบบปกติ ถุงยางอนามัยแตก หรือโดนข่มขืน เป็นต้น และยาคุมกำเนิดฉุกเฉินมีประสิทธิภาพในการป้องกันการคุมกำเนิดได้ประมาณ 80-85% และจะได้ผลดีเมื่อรับประทานหลังจากมีเพศสัมพันธ์ทันทีหรือเร็วที่สุดค่ะและไม่ควรเกิน 3 วัน เพราะหลังจากนั้นประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดจะลดลงหรือป้องกันไม่ได้ค่ะ โดยทั่วไปไม่แนะนำให้กินเกิน 2 รอบต่อเดือนค่ะ เนื่องจากอาจเกิดผลข้างเคียงได้ค่ะ
นอกจากนั้นการใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินไม่ควรใช้บ่อยๆเพราะประสิทธิภาพไม่ดีนักไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้ร้อยเปอร์เซนต์ รวมถึงป้องกันการตั้งครรภ์ได้เฉพาะเพศสัมพันธ์ครั้งนั้นๆ ไม่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเดือน หากในอนาคตมีโอกาสมีเพศสัมพันธ์และยังไม่พร้อมพร้อมตั้งครรภ์ควรศึกษาการคุมกำเนิดวิธีอื่นๆเพื่อใช้ในอนาคตด้วยค่ะ เช่น การใส่ถุงยางอนามัย การใช้ยาคุมกำเนิดแบบรับประทานสม่ำเสมอ การฉีดยาคุมกำเนิด ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่าและปลอดภัยต่อผู้ใช้มากกว่าค่ะ