ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

อายุ 52 ปี เพศหญิง เป็นเบาหวาน มีอาการง่วงนอนระหว่างวัน มึนหัวหลังจากตื่นนอนตอนกลางวันและตื่นนอนตอนเช้า เสี่ยงเป็นอะไร

SWT40สมาชิก

Dec 10, 2022 at 11:01 AM

อายุ 52 ปี เพศหญิง มีโรคประจำตัวคือเบาหวาน มีอาการง่วงนอนระหว่างวัน และมีอาการมึนหัวหลังจากตื่นนอนตอนกลางวัน และมึนหัวหลังตื่นนอนตอนเช้า เสี่ยงเป็นโรคร้ายแรงใดบ้างไหมคะ 

แพทย์หญิงสลิล ศิริอุดมภาส แพทย์

Dec 10, 2022 at 12:03 PM

สวัสดีค่ะ คุณ SWT40,

                    อาการมึนหัวหลังตื่นนอน หากไม่ได้เวียนหัวแบบบ้านหมุน อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น 

                 - การเปลี่ยนท่าทางเร็วไป เช่น นั่งหรือนอนอยู่แล้วลุกขึ้นทันที 

                 - ร่างกายขาดน้ำ เช่น ดื่มน้ำน้อย เสียเหงื่อมาก

                  - มีภาวะโลหิตจาง ภาวะเกร็ดเลือดสูง

                  - เป็นอาการในช่วงวัยก่อนหมดประจำเดือน

                  - จากการมีความเครียด วิตกกังวล 

                 แต่หากมีอาการเวียนหัวแบบบ้านหมุน (vertigo) สาเหตุอาจเกิดจาก

                 - โรคของหู เช่น ตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด (BPPV) โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน  (Meniere's Disease) หูชั้นในอักเสบ (labyrinthitis) การใช้ยาบางชนิดที่มีผลต่อระบบประสาททรงตัวในหูชั้นใน เป็นต้น

                  - เนื้องอกของเส้นประสาทหู (vestibular schwannoma)

                  - เนื้องอกในสมอง

                 - ความผิดปกติของระบบไหลเวียนโลหิตที่ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองรวมถึงระบบประสาททรงตัวไม่พอ โดยจะเกิดในผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง สูบบุหรี่ เป็นเบาหวาน  หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคกระดูกคอเสื่อม เป็นต้น

                    ส่วนการนอนกลางวันนั้น ควรนอนให้อยู่ในช่วงเวลา 10-30 นาที หากหลับเกินกว่า 30 นาที อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าหลังจากงีบหลับแทนที่จะสดชื่น และอาจทำให้ปวดหัว มึนหัวได้ นอกจากนี้ การนอนเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้ไม่ง่วงในช่วงกลางคืน รบกวนการนอนหลับในช่วงกลางคืนได้ และไม่ควรนอนหลังจากเวลาบ่าย 3 โมง เพราะอาจทำให้ความอยากนอนในช่วงเวลากลางคืนลดลงได้ ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการนอนกลางวัน คือ ช่วงเวลาบ่าย 2 หรือบ่าย 3 โมง 

                  ดังนั้น หากนอนหลับกลางวันนานเกินไป ก็อาจมีส่วนที่ทำให้เกิดอาการเวียนหัว จึงควรปรับลดเวลานอนกลางวันลงด้วย นอกจากนี้ ก็ควรดื่มน้ำเยอะๆ เปลี่ยนท่าเวลานั่งหรือนอนช้าๆ หมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เป็นต้น หากยังคงมีอาการมึนหัวบ่อยๆ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมค่ะ 

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม