ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

หลั่งใน ภายใน 48 ชั่วโมงหลังฝังยาคุม 3 สัปดาห์ต่อมามีเลือดออกทางช่องคลอดใช่อาการตั้งครรภ์ไหม?

Sssssssssiiiสมาชิก

Jan 08, 2018 at 01:39 AM

แฟนผมประจำเดือนมาวันแรกวันที่ 10 ธันวาคม60 และไปรับการฝังยาคุมแบบ5ปี ในวันที่ 12ธันวาคม60 มีเพศสัมพันธ์และมีการหลั่งใน วันที่ 14 ธันวาคม60 นับระยะเวลาจากการฝังยาคุมประมาณ 48 ชั่วโมง  จนพอมาถึงวันที่ 6 มกราคม 61 (ก่อนวันมีประจำเกือนปกติประมาณ1 สัปดาห์) มีเลือดไหลออกมาคล้ายประจำเดือนไม่น้อยและไม่ได้มากเท่ากับประจำเดือนปกติในวันที่มากมากแต่มีสีจางกว่าประจำเดือนปกติ ไหลออกมาโดยที่ไม่รู้สึกตัวและไม่มีอาการปวดท้องใดๆเลย คืออาการของการตั้งครรภ์ หรือเป็นผลจากการฝังยาคุมหรอครับ

แพทย์หญิงสลิล ศิริอุดมภาส แพทย์

Jan 08, 2018 at 06:22 AM

สวัสดีค่ะ คุณ Sssssssssiii,

                  หากประจำเดือนมาวันแรกคือวันที่ 10 ธ.ค. และได้รับการฝังยาคุมกำเนิดในวันที่ 12 ธ.ค. เท่ากับฝังยาในวันที่ 2 นับตั้งแต่มีประจำเดือนมา ยาฝังคุมกำเนิดก็จะออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันทีค่ะ ซึ่งประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์นั้นถือว่าดีมาก โดยมีโอกาสเกิดการตั้งครรภ์ได้เพียง 0.05% หรือเท่ากับ 1 ใน 2000 คน หากเทียบกับยาฉีดคุมกำเนิด (ที่ฉีดอย่างถูกต้อง) จะมีประสิทธิภาพประมาณ 0.2% 

                นอกจากนี้ การมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 14 ธ.ค. เท่ากับมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 4 นับตั้งแต่มีประจำเดือนมา ถือว่ายังอยู่ในระยะปลอดภัย โอกาสที่จะตั้งครรภ์นั้นถือว่าน้อยอยู่แล้ว แม้จะยังไม่ได้ฝังยาคุมกำเนิดก็ตาม

                สำหรับผลข้างเคียงของยาฝังคุมกำเนิดที่อาจพบได้คือ การมีเลือดออกกะปริดกะปรอย ประจำเดือนมานานหลายวัน ประจำเดือนมาบ่อย แต่ส่วนมากจะพบในช่วง 2-3 เดือนแรก หรืออาจพบนาน 1 ปีได้ ในบางรายประจำเดือนจะมาน้อยและอาจขาดหายไป

             ดังนั้นการมีเลือดออกในวันที่ 6 ม.ค.จึงน่าจะเป็นอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยที่เป็นผลข้างเคียงของยาฝังคุมกำเนิดมากกว่าเป็นอาการของภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ค่ะ

Sssssssssiiiสมาชิก

Jan 08, 2018 at 05:31 PM

ขอบคุณ คุณหมอสลิล มากๆนะครับ

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม