
Jun 02, 2020 at 03:05 PM

Jun 02, 2020 at 03:05 PM

Jun 02, 2020 at 03:11 PM
สวัสดีค่ะคุณ Tonoak
โรค hiv คือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส hiv โดยระยะของโรคนั้นมี 3 ระยะหลักคือระยะรับเชื้อตอนแรก จะมีไข้ต่ำๆ ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นขึ้นตามร่างกาย ประมาณ 1-2 เดือนหลังรับเชื้อเกิดจากเชื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในร่างกาย จากนั้นจะหายไปเอง กลายเป็นระยะฟักตัว อยู่ได้ประมาณ 2-10 ปี โดยผู้ป่วย อาจจะไม่มีอาการอะไรเลย จนกระทั่งเข้าสู่ระยะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์ ที่มักจะพบการติดเชื้อฉวยโอกาสเช่นการติดเชื้อราหรือแบคทีเรียตามอวัยวะต่างๆ อาจจะมีแผลที่ผิวหนังที่จำเพาะต่อโรค ลักษณะจะเป็นตุ่มคันแดงอักเสบ คล้ายยุงหรือแมลงกัดได้ บางครั้งอาจแยกจากกันยากกับตุ่มถูกแมลงกัดธรรมดา ตุ่มนี้หลังอักเสบจะขึ้นเป็นรอยดำ บางรายอาจมีหนองจากการติดเชื้อแทรกซ้อน มักเป็นแผลเรื้อรังเกิน 1 สัปดาห์ได้
ในกรณีที่กล่าวมานั้น ถ้าเป็นระยะแรกของโรคคือภายในประมาณ 1 ปี และกินยาต้านมาอย่างต่อเนื่อง ยังไม่น่ามีตุ่มคันดังที่กล่าวไปได้ ยกเว้นว่าระยะของโรคเป็นมานานกว่านั้น หรืออาจเป็นตุ่มคันจากสาเหตุอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการติดเชื้อ hiv เช่นตุ่มจากผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบจากการระคายเคืองหรือการแพ้สัมผัส ตุ่มจากการถูกแมลงกัด ผดร้อน เป็นต้น
แนะนำแจ้งแพทย์ที่ดูแลเรื่อง hiv โดยตรงให้ทราบ และตรวจร่างกายดูเพิ่มเติมว่าน่าจะเป็นตุ่มจากสาเหตุใดมากที่สุด โดยถ้าเกี่ยวกับ hiv นั้น การรับประทานยาต้านเพื่อควบคุมโรคไว้ให้ได้มีความสำคัญเพื่อช่วยลดอาการดังกล่าว หรือถ้าไม่เกี่ยวกับโรค hiv แพทย์จะหาสาเหตุที่แน่ชัดและรักษาตามสาเหตุนั้นๆต่อไป
เบื้องต้นไม่ไปแกะเกาบริเวณที่เป็นเพื่อลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำซ้อน ใช้น้ำเปล่าสะอาดล้างภายนอก ไม่ไปถูด้วยสบู่แรงๆ ใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดีไม่อับชื้น ไม่อยู่ในที่ร้อนชื้นที่ทำให้เหงื่อออกมากๆ รับประทานยาแก้คันได้