ถามแพทย์

  • มีก้อนนูนที่ขาหนีบ​ทั้ง​ 2 ข้าง

  •  CJY1809
    สมาชิก
    คือเมื่อ 6-7 วันที่แล้วตอนตื่นมีรู้สึกเจ็บๆที่ขาหนีบค่ะแล้วหลังจากนั้นก็เหมือนจะตกขาวเป็นสีน้ำตาลประมาณ​ 2-3 วันค่ะตอนคลำๆที่ขาหนีบมันรู้สึกเจ็บๆแล้วบางทีอยู่นิ่งๆก็เจ็บค่ะเป็นก้อนนูนเล็กๆทั้ง 2 ข้างเลยค่ะ ก่อนหน้านี้โดนแมวกัดที่ขาแล้วก็เป็นไข้ชิกุนคุนยาด้วยค่ะ​ รู้สึกเบื่ออาหารมาหลายวันด้วยค่ะ อยากทราบว่าเป็นไส้เลื่อนหรือว่าต่อมน้ำเหลืองอักเสบหรือว่าเป็นอะไรเกี่ยวกับมดลูกรึป่าวคะ

    สวัสดีค่ะ คุณ CJY1809,

                      ก้อนนูนเล็กๆ ที่ขาหนีบ 2 ข้าง อาจเป็น

                  1. ต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณขาหนีบโต ซึ่งมักเกิดจาก

                       - การติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ เช่น เริม หนองใน ซิฟิลิส แผลริมอ่อน ฝีมะม่วง เป็นต้น 

                       - การมีแผลอักเสบติดเชื้อบริเวณขา

                       -  ส่วนสาเหตุที่พบน้อย เช่น การติดเชื้อวัณโรค มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งของเซลล์ที่ผลิตเม็ดสี (malignant melanoma) เป็นต้น

                    2. ก้อนเนื้องอกของเนื่อเยื่อบริเวณนั้น เช่น ก้อนไขมัน ก้อนซีสต์  เป็นต้น แต่จะไม่ได้ทำให้มีอาการเจ็บ

                    3. ไส้เลื่อนชนิด femoral hernia ซึ่งจะพบเฉพาะในผู้หญิง เกิดจากลำไส้เคลื่อนผ่านรูเปิดที่ชื่อว่า femoral canal มากองเป็นก้อนตรงบริเวณที่ต่ำกว่าขาหนีบเล็กน้อย แต่จะไม่ได้เป็นทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน

                    4. ไส้เลื่อนขาหนีบ (inguinal hernia) ส่วนใหญ่จะพบในผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็อาจพบได้บ้าง แต่ก็น้อยมาก ก้อนของไส้เลื่อนจะอยู่ตรงบริเเวณขาหนีบพอดี  แต่จะไม่ได้เป็นทั้ง 2 ข้างพร้อมกัน

                   สำหรับโรคชิคุนกุนยา ที่ได้ป่วยและหายไปแล้วนั้น ไม่น่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดก้อนที่ขาหนีบทั้ง 2 ข้างค่ะ ส่วนการที่โดนแมวกัดที่ขา หากเกิดเป็นแผล ก็อาจเป็นสาเหตุได้ โดยหากโดนกัดที่ขาทั้ง 2 ข้าง และเป็นแผลทั้ง 2 ข้าง ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโตได้ แต่หากโดนกัดที่ขาข้างเดียว ก็ไม่น่าทำให้เกิดต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบทั้ง 2 ข้างค่ะ

                    ทั้งนี้ หากมีตกขาวที่ผิดปกติร่วม รวมถึงก่อนหน้านั้น ได้เคยมีเพศสัมพันธ์ด้วย ก็น่าจะเกิดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ ได้ แต่หากไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ก็ไม่น่าใช่ 

                    หากยังคงมีก้อนนูนอยู่ไม่หายไป หรือยังคงมีตกขาวที่ผิดปกติ แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ