สวัสดีครับ คุณหมอ ผมมีเรื่องสอบถาม ถึงปัญหาของโรค และแนวทางการดูแล รักษา ครับ คือพ่อของผมป่วยเป็นโรคมะเร็งปอด พบเมื่อ พ.ย. 64 และได้ดำเนินการรักษาทั้งฉายแสงควบคู่กับคีโม ในวันที่ 31 ม.ค. 65 ฉายแสงครบ และ คีโมล่าสุด วันที่ 11 มี.ค. 65 (เป็นเข็มที่ 3) หลังจากนั้นเดือน เม.ย. 65 เริ่มมีอาการไม่ค่อยพูดคุย กิจวัตรประจำวันเปลี่ยนไป เช่น นอนดึก ตื่นสาย เวลานอนต้องปิดไฟ ปิดโทรทัศน์ กลับกลายเป็น เปิดทั้งไฟ และโทรทัศน์ อาการแย่ลงทุกสัปดาห์ จากเดินได้ กลายเป็นเดินไม่ได้ จนวันที่ 9 พ.ค. 65 ได้ทำ CT scan พบว่ามะเร็งได้แพร่กระจายมาที่สมอง มีพบที่ตับด้วย แต่ให้เป็นหน้าที่ของหมอคีโม ที่สมองหลักๆที่คุณหมอพบมี 4 จุด บริเวณสมองส่วนหน้า ซีกขวา และด้านหลัง จึงได้ดำเนินการฉายแสงตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 65 จำนวน 10 ครั้ง ครบวันที่ 30 พ.ค. 65 โดยคุณหมอไม่ได้ทำการนัดพบแล้ว ถ้ามีอาการใดๆให้พบหมอคีโมเลย ตามใบนัดพบหมอคีโม ประมาณเดือน ก.ค. 65 ตอนนี้อาการของพ่อโดยสภาพดีขึ้น เขาสามารถเดินได้ ขับถ่ายได้ เคี้ยวข้าวได้ แปรงฟันได้ แต่เริ่มต้นจะทำอะไรช้ามาก เช่น ชวนพ่อไปเดินเล่นนอกบ้านกัน แกบอกว่าเดี๋ยวไป จนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมง พ่อก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน บอกแต่ว่าเดี๋ยวไป ถ้าเกิดเข้าไปยุ่งย่าม ไปช่วยพยุงก็โดนเอ็ดใส่ บอกว่าเดี๋ยวลุกเอง เมื่อจะลุกขึ้นได้ก็ยืนแช่ ไม่เดิน เดินได้แปบเดียวหยุดยืน บางครั้งพยายามหาเหตุผลว่าที่จะไม่ไป เช่น ไม่มีแว่นตา รองเท้าอยู่ไหน ปิดพัดลมก่อน เป็นต้น โดยรวมการรับรู้ และสื่อสารของพ่อไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาเหมือนกับสมองไม่สั่งการให้ร่างกายทำงาน ผมอยากทราบว่า
1. อาการที่พ่อเป็นนั้นมันคือคำตอบที่คุณหมอพูดว่า "ฉายแสง และกินยาลดบวม แล้วมันต้องดีขึ้น แต่ไม่กลับมา 100 % นะ" ใช่ไหมครับ
2. แล้วอาการของพ่อจะมีโอกาสกลับมาเป็นปกติไหมครับ
3. อยากทราบวิธีการดูแลผู้ป่วยลักษณะนี้ เพราะว่าพ่อไม่ยอมให้ความร่วมมือใดๆเลย
ขอบคุณครับ

