สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นหนูขอเกินก่อนว่าหนูอายุ 19 ปี ซึ่งหนูใช้ยาสเตียรอยด์มาตลอดตั้งแต่อายุ 16 ใช้ร่วม 3 ปีไม่เคยหยุดพักการใช้ถึง 1 เดือน อาการเป็นหนักผื่นขึ้นหน้าตัวลำคอ มือเท้า เป็นหมดค่ะ อาจเพราะเกาเลยหนักหน่อย ซึ่งยาที่ใช้มาตลอดคือมีฤทธิ์แรงมากค่ะ 0.25%. 0.1% 0.05% ทาหัว ทาตัว ทามือ ทาหน้า รพ.แจกแยกกันค่ะส่วนผิวก็ใช้วาสลีนทาอย่าเดียวค่ะ ล่าสุดไปตรวจ แพ้ไข่50% งา ยีสต์ในขนมปัง30% เชื้อรา ไรฝุ่น พวกต้นไม้สนามหญ้าแพ้ 100% เลยค่ะ หนูเลี่ยงอาหารการกินทุกอย่างค่ะ แต่ไรฝุ่นกับดอกไม้คงยากมากๆทำไงดีคะ อาการมันเลยเป็นๆหายๆ หนูใช้ยาสเตียรอยด์ทาจนหายพอหยุดสักวันสองวันก็กลับมาแดงคันอีกค่ะ อยากทราบว่าเป็นผื่นภูมิแพ้ หรือเป็นเพราะหนูติดสารสเตียรอยด์คะ
หนูอยากบอกว่าหนูใช้มาจนผิวซีดตรงขา และขาด้านในต้นขาก็เป็นรอยแตกเหมือนเส้นๆสีม่วงค่ะ หนูกลัวผลข้างเคียงของยา หมอบอกว่าหนูเป็นหนักมาเพราะผื่นขึ้นทั้งตัวกระจายกว้างหมดเลยค่ะ ปวดข้อด้วยค่ะ ก็เลยให้ใช้ยาต่อไป แต่ว่าหนูไม่ได้เป็นเกี่ยวกับ SLE หรือรูมมะตอยนะคะ หนูเคยตรวจแล้วไม่มีโรคอื่นแทรกซ้อนค่ะ ภูมิแพ้ผิวหนังที่มีผื่นเป็นผื่นลมพิษ แพ้อาหารร่วมด้วย ส่วนระบบทางเดินหายใจไม่เป็นหนักมากค่ะ เคยครั้งสองครั้งที่รู้สึกหายใจไม่สะดวกเลยไปฉีดยา แต่คือยังหายใจได้อยู่ค่ะ คำถามคือ
1.สรุปหนูติดสารสเตียรอยด์มั้ยคะ
2.หนูเป็นหนักขนาดนี้ควรใช้ยาต่อมั้ยคะ พอใช้หลังๆนี้หายช้าค่ะ
3.ครั้งนี้หนูก็เป็นหนัก ควรใช้ทาผื่นให้หายไปก่อนแล้วค่อยหยุดยาสเตียรอยด์หรือหักดิบหยุดทั้งๆที่เป็นผื่นคะ
4.มียาแก้คันที่ไม่มีส่วนผสมสเตียรอยด์แนะนำมั้ยคะ ยาทาค่ะ
5.ถ้าอยากหยุดยาสเตียรอยด์ควรทำยังไงคะ
6.รบกวนแนะนำการปฏิบัติตัวหน่อยค่ะจะขึ้นมหาลัยแล้ว ชีวิตลำบากมากๆเลยค่ะ ทรมาณค่ะ
ขอบคุณค่ะ

