ถามแพทย์

  • ปัสสาวะบ่อย

  •  Sitthiphon Manrot
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะขอสอบถามหน่อยค่ะพอดีกังวล เป็นประจำเดือน10/09/63หมดวันที่15/09/63 ปกติเป็นคนปัสสาวะไม่บ่อยมากคะ1วันก็จะปัสสาวะ2-3ครั้งเเต่มีวันนี้ปัสสาวะ4-5รอบต่อ2นาทีค่ะเเต่มีเมื่อวันอาทิตย์ที่13/09/63ไปที่ธนาคารเเล้วเกิดอาการเหนื่อยตาพร่ามัวลายไปหมดต้องนั่งถึงจะเบาค่ะ อยากทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไรคะ ไม่ได้กินยาอะไรทั้งสิ้นค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Sitthiphon Manrot,

                       อาการปัสสาวะ 4-5 ครั้งในช่วง 2 นาที ถือว่ามีอาการปัสสาวะบ่อย โดยอาจเกิดจาก

                      1.การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ จะทำให้รู้สึกปัสสาวะบ่อย แต่ออกครั้งละน้อย และมักจะมีอาการแสบและปวดขณะปัสสาวะร่วมด้วย อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะขุ่น หรือปัสสาวะมีเลือดปน ซึ่งสาเหตุของเชื้อ แบ่งเป็น

                           - เชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ มักเกิดตามหลังการกลั้นปัสสาวะหรือดื่มน้ำน้อย 

                           - เชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม เริม ซึ่งนอกจากอาการปัสสาวะที่ผิดปกติแล้ว จะมีตกขาวที่ผิดปกติ และอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์

                       2. การดื่มน้ำมากไป ดื่มแอลกอฮอล์มากหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากไป 

                       3. การมีความเครียด วิตกกังวล ก็จะทำให้มีความรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยได้ 

                       4. อุณหภูมิของอากาศที่เย็น ก็จะทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยได้

                       5. การตั้งครรภ์

                       ส่วนสาเหตุอื่นๆ อาจทำให้มีปัสสาวะบ่อย แต่จะเป็นมาแบบเรื้อรัง ไม่ได้เป็นแบบฉับพลันทันที ได้แก่

                       - โรคเบาหวาน โรคเบาจืด มักมีอาการหิวน้ำบ่อยร่วมด้วย 

                       - กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (overactive bladder) นอกจากปัสสาวะบ่อยครั้ง อาจมีอาการกลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะเล็ดราดร่วมด้วย 

                       - นิ่วหรือก้อนเนื้อในกระเพาะปัสสาวะ หรือเนื้องอกมดลูก และไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะเต็มเร็วขึ้น เลยทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าปกติ

                       -  ไตเรื้อรัง ไตวาย มักมีอาการปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน และจะมีอาการอื่นๆ อีก เช่น หนังตาบวม ขาบวม เหนื่อยง่าย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เป็นต้น

                        สำหรับอาการเหนื่อย ตาพร่ามัว ที่เกิดขึ้นในวันที่ 13 ก.ย. อาจเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับอาการปัสสาวะบ่อยก็ได้ โดยหากเกี่ยวข้อง เช่น อาจเกิดจากการตั้งครรภ์ การที่มีความเครียด วิตกกังวล เป็นต้น ส่วนสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปัสสาวะบ่อย เช่น ร่างกายอ่อนเพลียจากการทำงานหนัก พักผ่อนน้อย นอนไม่หลับ อดอาหาร ร่างกายขาดน้ำ อากาศที่ร้อนเกินไป มีโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น

                          หากไม่ได้มีอาการเหนื่อย ตาพร่ามัวเกิดขึ้นอีก ก็ไม่ได้อันตรายอะไร แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ

                         ในเบื้องต้น หากมีอาการขาดประจำเดือน ก้ควรลองตรวจหาการตั้งครรภ์ดูด้วยค่ะ หากตรวจไม่พบ ก็ให้พยายามดื่มน้ำเปล่ามากๆ ไม่กลั้นปัสสาวะ หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ หรือแอลกอฮอล์ งดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนชั่วคราว หากอาการปัสสาวะบ่อยไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาค่ะ