สวัสดีค่ะ คุณ Patcharawaree Peetarakorn,
อาการปัสสาวะบ่อย ที่เป็นอยู่ น่าจะเกิดจาก การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้รู้สึกปัสสาวะบ่อย มีขัดหรือแสบขณะปัสสาวะ กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะขุ่น หรือปัสสาวะมีเลือดปน และอาจมีปวดท้องน้อยได้ ซึ่งสาเหตุของเชื้อ แบ่งเป็น
- เชื้อแบคทีเรียชนิดต่างๆ มักเกิดตามหลังการกลั้นปัสสาวะหรือดื่มน้ำน้อย
- เชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม เริม ซึ่งนอกจากอาการปัสสาวะที่ผิดปกติแล้ว จะมีตกขาวที่ผิดปกติ และอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย รวมถึงอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
ส่วนสาเหตุอื่นๆ อาจทำให้ปัสสาวะบ่อยได้ แต่ไม่ได้ทำให้มีอาการแสบขัดขณะปัสสาวะ และไม่ได้ทำให้มีอาการปวดท้องน้อย ได้แก่
- การดื่มน้ำมากไป ดื่มแอลกอฮอล์มากหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากไป
- โรคเบาหวาน โรคเบาจืด มักมีอาการหิวน้ำบ่อยร่วมด้วย
- กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (overactive bladder)
- นิ่วหรือก้อนเนื้อในกระเพาะปัสสาวะ หรือเนื้องอกมดลูก และไปกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้กระเพาะปัสสาวะเต็มเร็วขึ้น เลยทำให้ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นกว่าปกติ
- ไตเรื้อรัง ไตวาย มักมีอาการปัสสาวะบ่อยในช่วงกลางคืนมากกว่ากลางวัน และจะมีอาการอื่นๆ อีก เช่น หนังตาบวม ขาบวม เหนื่อยง่าย คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร เป็นต้น
- การมีความเครียด วิตกกังวล ก็จะทำให้มีความรู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยได้
- อุณหภูมิของอากาศที่เย็น ก็จะทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะบ่อยได้
หากอาการเพิ่งเป็นมา 3 วัน ก็ควรดูแลแบบการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะไปก่อน ได้แก่ การดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อช่วยขับแบคทีเรียออกมา ไม่กลั้นปัสสาวะ หากจะต้องเดินทาง ก่อนการเดินทางควรงดการดื่มน้ำไปก่อน และควรงดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนชั่วคราว แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาตามสาเหตุค่ะ