
Nov 10, 2021 at 09:03 AM

Nov 10, 2021 at 09:03 AM

Nov 10, 2021 at 09:14 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Newny555,
อาการปวดทอัณฑะ อาจเกิดจาก
1. อัณฑะอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคคางทูม หรือหากมีเพศสัมพันธ์ ก็จะเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม แต่นอกจากอาการปวดอัณฑะแล้ว จะมีอัณฑะบวมแดงร่วมด้วย มีเจ็บเวลาปัสสาวะหรือหลั่งน้ำอสุจิ น้ำอสุจิเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด มีหนองตรงปลายท่อปัสสาวะ เป็นต้น
2. ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ มักจะคลำพบก้อนที่อัณฑะ หรืออัณฑะข้างใดข้างหนึ่งใหญ่กว่าอีกข้าง โดยเฉพาะเวลายืน นั่ง หรือไอ และจะยุบหายเวลานอนราบ โดยปกติจะไม่มีอาการเจ็บหรือปวด อาจแค่รู้สึกหน่วงๆ ได้ แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อน คือกลายเป็นไส้เลื่อนชนิดติดคา ก็จะทำให้มีอาการปวดอย่างต่อเนื่อง และอาจปวดไปยังท้องน้อยได้
3. อัณฑะบิดตัว แต่จะมีอาการปวดอัณฑะขึ้นอย่างรุนแรง และเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันภายในไม่กี่ชั่วโมง บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อย หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ทั้งนี้ หากปวดมาหลายวันแล้ว ก็ไม่น่าใช่สาเหตุ
นอกจากนี้ ยังอาจเกิดได้จาก โรคพังผืดอักเสบมีเนื้อตายบริเวณฝีเย็บ (necrotizing fasciitis of perineum) ไขมันของถุงอัณฑะมีเนื้อตายเฉพาะส่วน (necrosis of scrotal fat) หรือมีก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งในอัณฑะ เป็นต้น
หากยังคงมีอาการปวดอัณฑะอยู่เรื่อยๆ แม้จะเป็นไม่มาก ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรักษาค่ะ ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจอันตรายได้หากเป็นไส้เลื่อนค่ะ