ถามแพทย์

  • ปวดหูข้างใน แล้วมีหูอื้อเป็นมา 1 สัปดาห์ ต่อมามีเจ็บคอ คัดจมูก ไปหาหมอ กินยา ไม่ดีขึ้นค่ะ

  •  yooolll
    สมาชิก
    ปวดหูมากๆ ค่ะเป็นมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ปวดข้างในแล้วลามไปที่ใบหูโดนไปหูไม่ได้เลย เจ็บเวลาพูดหรือเคี้ยวอาหารเหมือนมันตึงๆ ตรงใบหู เวลาอะไรโดนหูนิดหน่อยก็ปวดมาก แล้วเพิ่งมีอาการเจ็บคอ ไม่มีอาการไอ แต่มีเสมหะ มีน้ำมูก คัดจมูก เพิ่งมีอาการเหล่านี้เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ไปหาหมอมาแล้วให้มาแค่ยาแก้ปวด ละลายเสมหะ และยาแก้ไอมา อาการไม่ดีขึ้นเลย อยากรู้ว่าอาการเข้าข่ายโรคอะไร และควรรักษายังไงดีคะ
    yooolll  yooolll
    สมาชิก
    มีอาการหูอื้อข้างที่ปวด การได้ยินน้อยลง และได้ยินเสียงตุบๆ ในหูด้วยค่ะ

     สวัสดีค่ะ คุณ yooolll,

                     อาการปวดหู หูอื้อ การได้ยินเสียงลดลง และมีเสียงดังในหูดังกล่าว อาจเกิดจาก

                    1. การอักเสบติดเชื้อของรูหูชั้นนอก มักเกิดภายหลังการแคะหู หรือหลังจากไปว่ายน้ำ เล่นน้ำมา อาการคือ ปวดหู กดเจ็บบริเวณหน้าใบหู เมื่อดึงใบหูหรือโยกใบหูจะเจ็บมากขึ้น หูอื้อ มีน้ำเหลืองไหลออกมา รูหูบวมแดง 

                    2. หูชั้นกลางอักเสบติดเชื้อแบบเฉียบพลัน อาการคือปวดหูมาก มีไข้ การได้ยินเสียงลดลง บางรายอาจมีเวียนหัว คลื่นไส้ หลังจากนั้นอาการปวดและไข้จะลดลง แต่มีหนองไหลจากรูหู ส่วนใหญ่แล้วหูชั้นกลางอักเสบแบบเฉียบพลัน มักเกิดตามหลังการเป็นไข้หวัด

                    หากเป็นการอักเสบแบบเรื้อรัง มักจะไม่มีไข้และไม่ปวดหู แต่จะมีอาการน้ำเหลืองหรือหนองไหลออกจากรูเป็นๆหายๆ ร่วมกับอาการหูอื้อ การได้ยินเสียงลดลง       

                   3. ขี้หูอุดตัน ในบางรายร่างกายอาจมีการผลิตของขี้หูมากและอาจเกิดการสะสมของขี้หูจนอุดตัน ทำให้ปวดหู ได้ยินเสียงดังในหู หรือเวียนศีรษะได้

                   4. มีเนื้องอกในช่องหูชั้นกลาง เช่น glomus tumor, choristoma, middle ear adenoma เป็นต้น อาการคือหูอื้อ การได้ยินเสียงลดลง มีเสียงดังในหู ปวดหู เวียนศีรษะ เป็นต้น

                 หากยังคงมีอาการปวดหูมาก มีหูอื้อ มีเสียงดังในหู แนะนำให้ไปพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อส่องตรวจดูภายในหูด้วยเครื่องมือค่ะ

                 สำหรับอาการเจ็บคอ มีเสมหะ มีน้ำมูก คัดจมูก เนื่องจากเป็นตามหลังอาการปวดหูจึงไม่น่าใช่สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหู แต่อาจทำให้อาการปวดหูยิ่งเป็นมากขึ้นหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นหูชั้นกลางอักเสบตามต่อมาได้อีก ดังนั้นควรดูแลอาการดังกล่าวให้หายดี โดยการดื่มน้ำมากๆ ไม่ทานน้ำเย็น หลีกเลี่ยงการโดนอากาศเย็น รักษาร่างกายให้อบอุ่น พักผ่อนมากๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และทานยาที่ได้มา เป็นต้น

    yooolll  yooolll
    สมาชิก
    แล้วอาการดังกล่าวจะรุนแรงถึงขั้นมีโอกาสสูญเสียการได้ยินมั้ยคะคุณหมอ