สวัสดีค่ะ คุณPimsupa
อาการปวดหัวเป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย โดยที่สามารถแบ่งการปวดหัวออกเป็น 2 ประเภทคร่าวๆนั่นคือ อาการปวดหัวที่เกิดโดยมีสาเหตุ เช่น อาการเลือดคั่งในสมอง อาการขาดเลือดในสมอง อาการต้อหิน และอื่นๆ โดยทั่วไปอาการปวดหัวชนิดนี้นั้นมักมีอาการอื่นร่วมด้วยอยู่เสมอๆ เช่น อาการอ่อนแรงของแขน และ ขาข้างใดข้างหนึ่ง อาการชา หน้าเบี้ยวน้ำลายไหล หรือ อาการปวดกระบอกตา เป็นต้น ซึ่งอาการปวดหัวชนิดนี้ควรต้องได้รับการรักษาที่สาเหตุที่ทำให้เกิดปวดหัว อาการปวดหัวจึงจะหายไป การปวดหัวประเภทที่2พบมากกว่าการปวดหัวประเภทแรกนั่นก็คือการปวดหัวที่ไม่ทราบสาเหตุ โดยส่วนมากมักมีความสัมพันธ์กับสิ่งกระตุ้นต่างๆ เช่น ความเครียด การนอนไม่เพียงพอ เป็นต้น การปวดหัวประเภทนี้เช่น การปวดหัวจากโรคไมเกรน การปวดหัวจากการตึงเครียด การรักษาอาการปวดหัวชนิดนี้จะเน้นไปที่การรักษาโดยใช้ยาแก้ปวดเป็นหลักโดยที่การตอบสนองต่อยาแก้ปวดในคนไข้แต่ละรายนั้นไม่เหมือนกัน บางคนเพียงแต่ paracetamol ก็สามารถทำให้อาการปวดหัวหายดี และ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ในบางคนอาจจะต้องใช้ยาขั้นสูงขึ้นไปจึงจะสามารถควบคุมอาการปวดหัวไว้ได้
ในส่วนของคุณpimsupaนั้น หากอาการปวดหัวไม่มีอาการอื่นร่วมด้วยแล้วแนะนำให้รับประทานยาแก้ปวด นอนให้เพียงพอ ปล่อยวางจากความเครียด หากอาการปวดหัวยังคงไม่หายแนะนำให้ทำการตรวจติดตามต่อเนื่องกับแพทย์เพื่อที่แพทย์จะทำการปรับยาคุมอาการปวดหัวให้เหมาะกับแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี อาการตาบวมควรทำการพบแพทย์เพื่อค้นหาการวินิจฉัยเพิ่มเติมเนื่องจากไม่ใช่ภาวะปกติของร่างกายค่ะ