สวัสดีค่ะ คุณกัตินันท์ คำหวล
อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อยค่ะ จากอาการที่บอกมาอาจจะเกิดได้จากสาเหตุต่อไปนี้ค่ะ
1. ปวดศีรษะจากความเครียด (Tension headache) เป็นการปวดศีรษะชนิดที่พบบ่อยที่สุดค่ะ ลักษณะการปวดจะปวดแบบกดบีบรอบศีรษะ หรือ รัดแน่นของศีรษะค่ะ อาการปวดมักเริ่มบริเวณท้ายทอย ร้าวมาที่ขมับทั้งสองข้าง เบ้าตา แล้วปวดทั้งศีรษะ หรือปวดจี๊ด มักปวดช่วงเย็นๆ หัวค่ำ เป็นๆหายๆ ช่วงปวดอาจปวดมาก ช่วงหายก็ปกติดี อาจมีอาการเหนื่อยล้า อ่อนเพลียร่วมด้วยค่ะ ส่วนใหญ่มักเกิดจากพักผ่อนไม่เพียงพอ มีความเครียดร่วมด้วยได้ค่ะ อาการปวดศีรษะมักถูกกระตุ้นด้วยความเครียดประจำวันหรือการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์นานๆ การทำงาน การนั่งหรือนอนผิดสุขลักษณะ หรือนอนไม่เพียงพอ ภาวะวิตกังวล เป็นต้นค่ะ
2. ปวดศีรษะจากไมเกรน มักจะมีอาการปวดศีรษะตุบๆรุนแรง โดยมักจะปวดศีรษะข้างเดียว หรือปวดทั้งสองข้าง ขณะที่ปวดก็มักมีอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย อาจมีอาการตาพร่ามัว เห็นภาพไม่ชัด มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม ปัจจัยที่ทำให้ปวดมากขึ้นได้แก่ แสงจ้า เสียงดัง กลิ่นฉุน ประจำเดือน นอนหลับไม่เพียงพอ อารมณ์ตื่นเต้น เครียด วิตกกังวลเป็นต้น ในบางคนก่อนปวดไมเกรนอาจมีอาการเตือน เช่น มองเห็นแสงกระพริบ ๆ หรือสายตาพร่ามัว แสงซิกแซก เห็นจุดแสงวาบ มองเห็นเป็นเส้นคลื่น เป็นต้นค่ะ
นอกจากนี้อาการปวดศีรษะยังสามารถเกิดได้จากสาเหตุอื่นๆ ได้เช่น ปวดหัวจากการใช้ยา ปวดหัวจากเยื่อหุ้มสมองอักเสบ การเป็นเนื้องอกในสมอง การบาดเจ็บที่ศีรษะ เป็นต้น
ในเบื้องต้นอาการปวดศีรษะสามารถบรรเทาได้ด้วยการรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ผ่อนคลายความเครียด อย่างไรก็ตามหากอาการไม่ดีขึ้น เป็นเรื้อรัง หรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้อาเจียน ตาพร่ามัว ร่างกายอ่อนแรง เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของการปวดศีรษะค่ะ เพื่อช่วยให้การวินิจฉัยและรักษาได้ดีขึ้นค่ะ