ถามแพทย์

  • ปวดหัวต่อเนื่องบริเวณหัวคิ้วแถบหน้าผากมาเป็นอาทิตย์แล้ว กินยาไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร

  •  Shine
    สมาชิก
    เมื่อเดือนก่อนอ่านหนังสือเกือบทุกวันช่วงสอบ กินกาแฟเกือบทุกวันด้วย ปกติไม่ได้กิน หลังจากสอบเสร็จ ชอบมีอาการปวดหัวช่วงกลางวัน เวลาที่จะทำงานหรืออ่านหนังสือ แต่ปวดไม่มากพอทนได้ แต่อาทิตย์ที่แล้วปวดหนักบริเวณหัวคิ้ว กระจายไปแถวหน้าผาก กินพาราไม่หายค่ะ ไปหาหมอได้ยามาทานก็ยังไม่หาย ที่แรกให้ยา Ibuprofen มา หมอบอกอาจจะเกิดจากเครียดและติดกาแฟ แต่กินยาและกินกาแฟก็ยังไม่ดีขึ้น ที่ที่สองให้ยา Naproxen 250 mg กับ Nortripyline 10 mg มาค่ะ ทานแล้วก็ยังปวดอยู่ ชอบตื่นมาตอนตีสี่ แล้วก็จะนอนต่อแบบไม่สนิทแล้ว หมอบอกว่าอาจจะเครียด หรือไม่ก็มีอะไรผิดปกติ เพราะไม่ได้เป็นหวัดค่ะ ไม่น่าจะเป็นไซนัส หมออยากให้ ct สแกน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก อยากทราบว่าปวดหัวเพราะเครียดรึเปล่า แล้วต้องใช้เวลานานไหมกว่าจะหาย จำเป็นต้อง ct ไหม ตอนนี้ปวดตลอดเวลาแต่ไม่มากค่ะ เหมือนตัวเองกังวลด้วยเพราะจะสอบอีกแล้ว ยังอ่านหนังสือไม่ได้เลยเครียดค่ะ รบกวนด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    Shine  Shine
    สมาชิก
    เพิ่มเติมค่ะ สามวันมานี่ตื่นเวลาตีสี่ทุกวันเลย ไม่ได้ตื่นเพราะปวดนะคะ แล้วก็เริ่มปวดหนักตอนทานอาหารคลีนด้วยค่ะตอนนี่เลิกแล้ว เวลาทานอาหารจะช่วยให้หายปวดไปแปปนึง พอทานเสร็จก็ปวดอีกค่ะ ปวดตรงระหว่างคิ้วตั้งแต่ตื่นนอนมาเลย มีบางช่วงมีอาการมึนๆ หายใจไม่สะดวกบางครั้งตอนได้เคลื่อนไหวร่างกายแต่นานๆๆทีค่ะ ล่าสุดบางทีมันปวดที่ขมับด้วยแบบตุ๊บๆ ช่วงแรกๆบางวันอาการปวดหัวหายไปช่วงกลางคืน เลยคิดว่าอาจจะเพราะว่าอ่านหนังสือช่วงกลางคืนจนชิน แต่หลังๆปวดตลอดเลย ตั้งแต่เป็นมาเริ่มนอนหลับไม่สนิท ซึ่งปกตินอนหลับสนิทค่ะ หลังจากตื่นตีสี่ก็หลับๆตื่นๆ ทานยาเซตที่สองมาสามวันค่ะ เซตแรกทานไปสี่เม็ด ก็ยังไม่หาย อาการปวดตรงหน้าผากปวดแบบเหมืนมีอะไรมารัดค่ะ ปวดตลอดเวลาเลย แต่บางทีอาการดีขึ้นเลยจะอ่านหนังสือสอบ พอจะอ่านอาการก็กลับมาอีกปวดหัวมากขึ้นค่ะ
    Shine  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Shine

    ารวินิจฉัยที่เป็นไปได้

    -ปวดหัวจากการใช้งาน คือปวดกล้ามเนื้อที่อยู่รอบๆศีรษะ สัมพันธ์กับการใช้งานสายตา

    -ปวดไมเกรน มักปวดข้างเดียว มีคลื่นไส้

    -ปวดจากอาการในสมอง เช่นมีเนื้องอกในสมอง มักจะต้องปวดรุนแรง ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดมากตอนเช้าและมีอาเจียนพุ่ง อาจมีการมองเห็นเปลี่ยนแปลง เดินเซ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชาครึ่งซีก

    หากรับประทานยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบที่แพทย์จ่ายมาแล้วไม่ดีขึ้น ควรกลับไปตรวจซ้ำ หากมีอาการปวดหัวมากและเรื้อรังโดยหาสาเหตุไม่ได้ ร่วมกับมีความผิดปกติของระบบประสาทที่คล้ายกับการปวดจากอาการในสมองดังกล่าวไป อาจจะเป็นข้อบ่งชี้ในการทำ CT scan ที่บริเวณสมองค่ะ

    การดูแลตัวเองเบื้องต้น พักผ่อนให้เพียงพอ พักการใช้งานสายตา รับประทานยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หลีกเลี่ยงความเครียดและความกังวลซึ่งอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญได้