ถามแพทย์

  • ปวดแน่นท้องด้านขวาบน มีอาเจียน ไป รพ.แพทย์บอกโรคกระเพาะอักเสบ แต่อาการไม่ดีขึ้น ควรทำอย่างไร

  •  Ying_Yy
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ ขออนุญาตเล่าเลยนะค่ะ หนูมีอาการปวดแน่นท้องบริเวณขวาด้านบน เข้ารับการรักษา รพ.แห่งหนึ่งในวันเสาร์ หมอก็ได้ตรวจโดยการกดบริเวณท้อง และได้เจาะเลือดและอัลตราซาวด์ หมอได้บอกว่าผลเลือดไม่เจออะไรตับไม่มีปัญหาและได้ขอเก็บปัสสาวะอีกครั้ง หมอก็บอกว่าถุงน้ำดีอักเสบจะส่งขึ้นไปอัลตราซาวด์ที่ห้องใหญ่อีกครั้งเพื่อหาว่ามีนิ่วหรือป่าวแต่ต้องรอหมอเฉพาะทาง(หมอศัลยกรรม)เข้ามาวันจันทร์ ค่ะหมอให้งดน้ำและอาหารตั้งแต่วันเสาร์เลยค่ะ ให้ยาแก้อักเสบยาแก้ปวดยาฆ่าเชื้อและยาลดกรดทางสายน้ำเกลือ มีอาการอื่นร่วมโดยแน่นจุกเหมือนมีกรดในท้องและอาเจียนค่ะ จนหมอเฉพาะทางมาตรวจในตอนเย็นของวันจันทร์เรียกว่าไม่ใช่การตรวจเลยก็ว่าได้ค่ะบอกเราแค่ว่าถ้าไม่ปวดท้องแล้วก็กินข้าวได้เลย แค่นี้เลยค่ะละก็เดินเข้าห้องไป(ไม่ถามอาการเราเลยค่ะ) พยาบาลก็เดินมาบอกว่าจะให้กลับบ้าน ทั้งตัวเราทั้งญาติงงกันหมดเลยค่ะ พอญาติจะเดินไปคุยพยายาลบอกหมอกลับแล้วค่ะ สรุป หมอเขียนว่า"กระเพาะอักเสบ" คราวนี้งงไปกันใหญ่เลยค่ะ กลับบ้านมากินข้าวต้มได้5-6คำเกิดการปวดแน่นท้องบริเวณเดิมเลยค่ะ(ท้องบนขวา)และอาเจียนออกค่ะ อาการปวดแน่นบรรเทาลงพอนอนได้ค่ะตื่นมาก็มีอาการปวดแน่นพอทนได้อยู่ค่ะ ตอนนี้คิดหนักเลยค่ะจะไปรพ.อื่นก็กลัวค่ารักษาจะสูงค่ะ เลยอยากจะสอบถามให้เป็นความรู้ไว้ก่อนอะค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Ying_Yy,

                       อาการปวดแน่นท้องบริเวณด้านขวาบน มีอาเจียน อาจเกิดจาก

                        1. มีนิ่วในถุงน้ำดี โดยจะทำให้เกิดอาการปวดท้องบริเวณช่องท้องส่วนบนด้านขวา และมักปวดร้าวไปยังไหล่ขวาหรือบริเวณหลังด้านขวา อาการจะเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน ปวดนานแต่ละครั้งอย่างน้อย 30 นาทีถึงหลายๆชั่วโมง และมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย อาการปวดมักเกิดขึ้นหลังจากทานอาหารมื้อหนัก หรืออาหารที่มีไข่มันสูง นอกจากนี้อาจมีอาการอื่นๆ เช่น อาหารไม่ย่อย ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในกระเพาะอาหาร และอาจมีจุกเสียดบริเวณลิ้นปี่ด้วย

                        ในบางรายที่ก้อนนิ่วเคลื่อนไปอุดในท่อน้ำดี จะมีอาการปวดบิดรุนแรงมากได้ และมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วม  หากเกิดภาวะแทรกซ้อน คือการอักเสบติดเชื้อ ก็จะทำให้มีไข้ ตัวเหลือง ตาเหลือง

                      2. ตับอักเสบ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อ เช่น ไวรัสตับอักเสบชนิดเอ บี หรือไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น ไขมันพอกตับ การทานยาบางชนิดต่อเนื่องนานหรือในปริมาณมาก การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นประจำ เป็นต้น นอกจากปวดท้องแล้ว ก็มักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ตัวเหลือง ตาเหลือง เป็นต้น

                      3. มีก้อนเนื้องอกในตับหรือมะเร็งตับ

                      หากยังคงมีอาการปวดแน่นท้องเกิดขึ้นเรื่อยๆ แนะนำควรไปตรวจซ้ำอีกครั้ง โดยอาจต้องทำอัลตราซาวด์ซ้ำ หรือตรวจด้วยเอ๊กซเรย์คอมพิวเตอร์ค่ะ

                     ในเบื้องต้น ควรเลือกทานเฉพาะอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย หลีกเลี่ยงการทานเนื้อสัตว์ปริมาณมาก หรือการทานอาหารครั้งละปริมาณมาก ลดอาหารที่มีไขมันสูงต่างๆ เช่น อาหารทอด อาหารผัด งดการดื่มชา กาแฟและแอลกอฮอล์ต่างๆ เป็นต้น และอาจทานยาบรรเทาตามอาการไปก่อน เช่น ถ้ามีอาการท้องอืด แน่นท้อง ก็ให้ทานยาไซเมทิโคน (simethicone) รวมถึงยาที่ช่วยย่อยอาหาร เช่น ไดเจสติน (digestin), มาเจสโต (magesto-F) เป็นต้น ถ้ามีอาการปวดบิด ก็ให้ทานยากลุ่ม antispasmodics เช่น ไฮออสซีน (hyoscine) เป็นต้น