ถามแพทย์

  • ปวดช่วงเอวด้านหลัง

  •  joe666
    สมาชิก

    คืออยุ่ดีๆผมมีอาการปวดตรงช่วงเอวขวาอ่ะครับ จะอยู่บริเวณหลังๆหน่อย แต่อาการคือถ้าอยู่แบบปกติจะไม่ปวดอะไรเลยครับ แต่ถ้าเอี่ยวตัวไปทางขวาจะรู้สึกปวดนิดๆ เป็นมาได้ 3 วันแล้วครับ แรกๆเข้าใจว่าตัวเองเป็นนิ่ว เพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อนเคยเป็นนิ่ว แต่ปวดทางด้ายซ้ายแทน

    ตอนปัสสาวะก็ไม่ปวดไม่เจ็บอะไรนะครับ ถ่ายได้ปกติ

    อาการแบบนี้ผมเป็นอะไรอ่ะครับ ถ้าเป็นนิ่วกินน้ำเยอะๆแล้วจะหายเองโดยไม่ต้องทานยาขับอะไรมั้ยครับ 

    สวัสดีค่ะ คุณ joe666,

                       อาการปวดบริเวณเอวบริเวณด้านหลัง อาจเกิดจาก

                       1. การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เช่น จากการยกของหนัก ทำงานก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ  การนั่งหรือยืนที่ผิดท่าเป็นเวลาต่อเนื่องนานๆ การออกกำลังกายที่ผิดท่า หรือจากอุบัติเหตุต่างๆ อาการมักจะเป็นการปวดแบบระบม ปวดแบบตุบ ๆ มีจุดที่กดเจ็บชัดเจน และมักปวดสัมพันธ์กับท่าทาง หรือปวดในบางท่า บางท่าก็อาจไม่ปวด 

                        2. โรคของไตต่างๆ เช่น นิ่วในไต กรวยไตอักเสบ เนื้องอกที่ไต อาจทำให้มีอาการปวดเอว ปวดหลังได้ แต่มักมีอาการปัสสาวะที่ผิดปกติร่วม เช่น ปัสสาวะแล้วเจ็บ ปัสสาวะไม่ออก ปัสสาวะเป็นเลือด มีตะกอนปน เป็นต้น

                         ดังนั้น หากเพิ่งเป็นมา 3 วัน และไม่ได้มีอาการปัสสาวะที่ผิดปกติ อีกทั้งยังปวดเฉพาะเมื่อเอี้ยวตัว ก็น่าจะเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อได้ ในเบื้องต้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงกิจกรรม หรือท่าทางที่ส่งผลให้เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อบริเวณเอว เช่น ไม่ยกของหนัก ไม่ก้มๆ เงยๆ งดการออกกำลังกายและเล่นกีฬาต่างๆ ไปก่อน อาจใช้การประคบด้วยน้ำอุ่นบริเวณที่ปวด ทายาบรรเทาอาการปวดเมื่อย หากปวดมากอาจทานยาแก้ปวดลดลดอักเสบ เช่น  ไดโคลฟีแนค (diclofenac), ไพรอกซิแคม (piroxicam) เป็นต้น ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อ แต่หากอาการไม่ทุเลา ก็ควรพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ 

                          สำหรับนิ่วในไตนั้น เกิดจากหลายสาเหตุ ซึ่งหนึ่งในสาเหตุก็คือการดื่มน้ำน้อย ดังนั้น การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ก็อาจช่วยป้องกันได้ประมาณหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะยังมีอีกหลายๆ ปัจจัยค่ะ แต่อย่างน้อยก็เป็นการลดลงไปหนึ่งปัจจัยค่ะ