สวัสดีค่ะคุณ Betty Tira
อาการปวดศีรษะมาเรื้อรัง ปวดข้างเดียว เริ่มมึนๆ เหมือนหนักๆในหัวนั้น อาจจะเกิดจาก ปวดศีรษะจากการใช้งาน คือปวดกล้ามเนื้อที่อยู่รอบๆศีรษะ สัมพันธ์กับการใช้งานสายตา เป็นเรื้อรังเป็นปีได้ ถ้าได้พักก็จะมีช่วงที่ดีขึ้นได้บ้าง สาเหตุอื่นเช่น ปวดไมเกรน มักปวดข้างเดียว มีคลื่นไส้ ปวดรุนแรงได้ มีสิ่งกระตุ้นได้ ปวดจากปลายเส้นประสาทอักเสบ ซึ่งจะเป็นปวดเป็นลักษณะจี๊ดๆ แสบร้อน อาจปวดเรื้อรังได้ อาจจะปวดเป็นบางส่วนของใบหน้าหรือศีรษะตามแนวเส้นประสาทนั้นๆหรือปวดจากอาการในสมอง เช่นมีเนื้องอกในสมอง มักจะต้องปวดรุนแรง ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดมากตอนเช้าและมีอาเจียนพุ่ง
จากที่กล่าวมา ถ้าเป็นมาเรื้อรังสิบปี เคยตรวจ MRI มาแล้วปกติ ก็น่าจะสบายใจได้ระดับหนึ่งว่าไม่ใช่ภาวะรุนแรงใดๆในสมอง
อีกสาเหตุที่พบน้อยแต่นึกถึงได้คือปวดหัวแบบคลัสเตอร์ เป็นภาวะปวดหัวรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน โดยผู้ป่วยจะรู้สึกปวดหัวข้างเดียว หรืออาจปวดบริเวณรอบดวงตา ซึ่งอาจเกิดต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง และอาจเกิดขึ้นหลายครั้งภายในวันเดียว ในขณะที่ปวดหัวอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตาแดง น้ำมูกไหล เวียนหัวร่วมด้วย
ถ้าอาการเป็นปวดจี๊ดๆนั้น อาจจะนึกถึงเรื่องปลายเส้นประสาทได้มาก และถ้าเป็นจากปลายเส้นประสาทจริง การระวังการกดทับนานๆ ระวังการกระแทกอาจช่วยได้บ้าง ร่วมกับอาจกินยาแก้ปวดปลายประสาทเพื่อบรรเทาอาการภายใต้การดูแลของแพทย์
สังเกตอาการถ้ามีอาการทางระบบประสาทอื่นๆร่วมด้วยเช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ปวดจนต้องตื่นขึ้นมากลางดึก ปวดจนทำกิจวัตรประจำวันไม่ได้แม้จะกินยาแก้ปวดแล้วก็ไม่ดีขึ้น ให้รีบไปพบแพทย์