ถามแพทย์

  • ประจำเดือนไม่มา 50 วัน ตรวจการตั้งครรภ์แล้ว พบว่าไม่ได้ตั้งครรภ์

  •  Anna.b
    สมาชิก
    ประจำเดือนไม่มา 50 วัน ตรวจการตั้งครรภ์แล้ว ผลคือไม่ได้ตั้งครรภ์ มีตกขาวเป็นสีขาวขุ่น ไม่มีกลิ่นใดๆ อารมณ์แปรปรวน ปวดหลัง และบางครั้งมีอาการปวดบีบที่ท้องน้อยสลับซ้ายขวาบ้าง และใน 1 สัปดาห์มีเพศสัมพันธ์เฉลี่ยประมาณ 2-3 วัน ทานยาคุมกำเนิดทุกวัน แต่ไม่ตรงเวลาเลทไปประมาณ 1-2 ชั่วโมง ไม่ทราบว่าอาการนี้เกิดจากอะไรได้บ้างคะ และจะทำอย่างไรได้ประจำเดือนถึงจะมาปกติ
    Anna.b  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Anna.b

    การที่ประจำเดือนไม่มาติดต่อกันนาน 50 วันแล้วนั้น ถือว่าผิดปกติ โดยประจำเดือนปกตินั้นควรจะมาทุกเดือน ห่าง 22-35 วันจากรอบก่อน ประจำเดือนที่ไม่มาหรือมาช้ากว่า 35 วัน ถือว่าช้าผิดปกติ อาจจะมีสาเหตุได้หลายอย่างเช่น การตั้งครรภ์ ถุงน้ำหลายใบในรังไข่ พังผืดมดลูก โรคไทรอยด์หรือต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ ผนังมดลูกบาง ความเครียด ความกังวล 

    จากที่กล่าวมาจึงควรยืนยันการตั้งครรภ์ให้แน่ชัด สามารถซื้อชุดตรวจครรภ์ทางปัสสาวะมาตรวจได้เองเบื้องต้น ให้ผลบวกได้ตั้งแต่ 10-14 วันหลังปฏิสนธิ หากให้ผลลบ แต่รอบเดือนก็ยังไม่มา ควรไปยืนยันผลที่รพ.และหาสาเหตุต่อไป 

    ถ้าให้ผลลบ แต่รอบเดือนไม่มา มีอาการผิดปกติต่างๆ (ถึงแม้ว่าอาการเช่นตกขาวผิดปกติ อารมณ์แปรปรวน ปวดหลัง ปวดท้องไม่ได้บ่งบอกอะไรชัดเจน) ควรไปยืนยันผลที่รพ.ต่อไป แต่อย่างไรก็ตามถ้ากินยาคุมกำเนิดทุกวันต่อเนื่องจนครบแผง โอกาสตั้งครรภ์มีได้น้อยกว่า 1% การที่ประจำเดือนไม่มามีสาเหตุจากเรื่องอื่นๆได้ดังกล่าวไป ที่อาจต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม การรักษาขึ้นกับสาเหตุค่ะ