สวัสดีค่ะ คุณ baibai,
หากประจำเดือนไม่ค่อยมา คือมีระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนนานกว่า 45 วัน และเมื่อได้ทานยาคุมกำเนิดไป ประจำเดือนก็มาเป็นปกติดี แสดงว่ามดลูกไม่ได้ผิดปกติ แต่น่าจะเกิดจากการที่รังไข่ทำงานผลิตฮอร์โมนผิดปกติไป ซึ่งหากอายุยังน้อย คือ 19 ปี ส่วนใหญ่ก็มักจะเกิดจาก มีภาวะถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) โดยผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีรูปร่างอ้วน ผิวมัน มีสิวเยอะ และมีขนดกมากกว่าผู้หญิงทั่วไป
ดังนั้น หากหยุดทานยาคุมกำเนิดแล้ว ประจำเดือนก็ได้หายไปอีก 3-4 เดือน (โดยที่ไม่ได้เกิดจากการตั้งครรภ์) ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งการจะวินิจฉัยว่าเกิดจากมีภาวะถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) หรือไม่ ก็มักอาศัยการตรวจด้วยอัลตราซาวด์เพิ่มเติมค่ะ ซึ่งหากเคยตรวจแล้ว พบมีถุงน้ำอยู่ ก็อาจเป็นสาเหตุได้ ส่วนการรักษาก็จะมีหลายทาง ขึ้นกับว่าตรวจพบความผิดปติอะไรร่วมด้วยบ้าง เช่น มีภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่ การรักษาก็จะให้ทานยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนเดี่ยวหรืออาจเป็นชนิดฮอร์โมนรวมก็ได้ ดังที่เคยได้รับการรักษามา หรือหากไม่มีการตกไข่เกิดขึ้น ก็อาจใช้ยาที่ช่วยกระตุ้นให้ไข่ตก เป็นต้น นอกจากนี้ ก็มีการผ่าตัดจี้รังไข่ด้วยค่ะ