
Oct 22, 2017 at 05:52 PM

Oct 22, 2017 at 05:52 PM

Oct 22, 2017 at 06:21 PM
สวัสดีค่ะ คุณ panayporn
การที่มีเพศสัมพันธ์ แล้วต้องการคุมกำเนิด (Contraception) สามารถใช้ได้หลายวิธีค่ะ เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดแบบกิน ยาฉีด ยาฝัง ห่วงอนามัย การนับวันปลอดภัย รวมไปถึง การใช้ถุงยางอนามัย ก็ถือเป็นอีกทางเลือกนึงค่ะ
ทั้งนี้ การใช้ถุงยาง (Barier method) ถุงยาง ถ้าเทียบกับวิธีอื่นๆ ในการคุมกำเนิด ยังถือว่าประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดค่อนข้างต่ำกว่าค่ะ เนื่องจากการใช้ยาที่มีฮอร์โมนในการคุมกำเนิดค่ะ จะเพิ่มประสิทธิภาพ เเละป้องกันการตกไข่ ทำให้ลดโอกาสเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้ ตามทฤษฎี ถ้าเกิดมีสารคัดหลั่งบางส่วนปนเปื้อนในช่องคลอด จากการที่ ถุงยางอนามัยแตก รั่ว หรือหลุด ถึงแม้ไม่ใช่น้ำอสุจิโดยตรง แต่สารคัดหลั่งของฝ่ายชายก็พบว่า มีตัวอสุจิปนเปื้อนได้เล็กน้อยค่ะ ดังนั้น วิธีในการคุมกำเนิด โดยการใช้ถุงยางอนามัย จึงถือว่ามีความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ได้อยู่ค่ะ
ทั้งนี้ โอกาสในการตั้งครรภ์ จะต้องขึ้นอยู่กับว่า ตรงกับที่ฝ่ายหญิงมีการตกไข่หรือไม่ด้วยค่ะ ซึ่ง ถ้าฝ่ายหญิงมีรอบเดือนที่มาสม่ำเสมอ ทุก 24-38 วัน ส่วนมากในช่วงวันที่ 8-19 ของเดือน ถือว่ามีโอกาสตกไข่ได้ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงในการตั้งครรภ์มากกว่าช่วงอื่นค่ะ
ดังนั้น ถ้าประจำเดือน ไม่มาตามรอบ ถูกต้องเเล้วค่ะ ที่ต้องตรวจปัสสาวะเพื่อดูการตั้งครรภ์ เเต่ถ้าพบว่าไม่มีการตั้งครรภ์ แล้วประจำเดือนยังไม่มา อาจรออีก 1 สัปดาห์แล้วทำการตรวจซ้ำได้ค่ะ การรับประทานยาสตรีเพ็ญภาค โดยทั่วไปไม่ค่อยช่วยเรื่องประจำเดือนเท่าไหร่ค่ะ
ดังนั้น เเนะนำให้ สังเกตอาการ และรอจนกว่าประจำเดือนรอบต่อไปจะมาค่ะ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นค่ะ ทั้งนี้ เนื่องจากรอบเดือนบางครั้งก็อาจคลาดเคลื่อนได้ค่ะ นอกเหนือจากภาวะตั้งครรภ์ เช่น เครียด กังวล เจ็บป่วย พักผ่อนไม่เพียงพอได้เช่นกัน หลังจากนั้น ถ้าต้องการคุมกำเนิดระยะยาว อาจเลือกเป็นยาคุมกำเนิดทั่วไปได้ค่ะ

Oct 22, 2017 at 06:36 PM