
Sep 13, 2022 at 07:46 AM

Sep 13, 2022 at 07:46 AM

Sep 13, 2022 at 08:54 AM
สวัสดีค่ะ คุณ ใบเฟิร์น วิชุดา,
หากมีเลือดออกจากช่องคลอดนานเป็นเดือน และแพทย์ได้จ่ายยาปรับฮอร์โมนมาให้ทาน เมื่อทานครบแล้ว ได้มีเลือดออกมานาน 3 วัน ถือเป็นเลือดที่เกิดจากผลของฮอร์โมนจากยา ไม่ใช่ประจำเดือนที่เกิดจากการทำงานของรังไข่
และหากได้เริ่มทานยาคุมกำเนิด ในวันที่ 31 ก.ค. ที่ได้มีเลือดออกมา แล้วต่อมาในวันที่ 9 ส.ค. ได้มีเลือดออก ถือเป็นเลือดที่เกิดจากผลข้างเคียงของยาคุมกำเนิด ไม่ใช่ประจำเดือนค่ะ ซึ่งไม่จำเป็นต้องหยุดทานยาคุมกำเนิด สามารถทานต่อไปได้ และโดยส่วนใหญ่ เมื่อทานต่อเนื่องไปซักระยะ เลือดก็จะหยุดไหลไปได้เองค่ะ
แต่หากไม่ได้ทานต่อ และได้หยุดทานยาคุมกำเนิดไป ฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ก็จะหมดลงไป ส่วนประจำเดือนในรอบต่อไปนั้น ก็อาจใช้เวลา 4-6 สัปดาห์นับจากที่หยุดทานยาไป ประจำเดือนจึงจะมาค่ะ ส่วนเรื่องการตั้งครรภ์ หากตรวจไม่พบ ก็แสดงว่าไม่ได้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นค่ะ ดังนั้น ก็ควรรอประจำเดือนต่อไปก่อน ประจำเดือนก็น่าจะมาในที่สุดค่ะ
ส่วนตกขาว หากมีสีใสๆ ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีแสบหรือคันช่องคลอดร่วม และปริมาณก็น้อยลงแล้ว ก็ไม่ได้ผิดปกติอะไร และไม่ได้เป็นอาการของการตั้งครรภ์ เพราะตรวจหาการตั้งครรภ์ไม่พบค่ะ
ส่วนการที่ท้องป่อง ก็เป็นผลมาจากการที่มีท้องผูกได้ ดังนั้น ก็ควรรักษาอาการท้องผูกให้หายค่ะ โดยการดื่มน้ำเปล่ามากๆ วันละ 2-3 ลิตร ทานผักและผลไม้เยอะๆ หากยังคงไม่ถ่าย ก็ควรทานยาระบายช่วยค่ะ