
Mar 25, 2020 at 08:11 PM

Mar 25, 2020 at 08:11 PM

Mar 25, 2020 at 08:37 PM
สวัสดีครับ คุณ Wanida Nitakot
ยาฝังคุมกำเนิดนั้นมีฤทธิ์ปล่อยฮอร์โมนเพศหญิงออกมาในช่วงระยะเวลา 3-5 ปี (ตามแต่ตัวยา) เพื่อให้มีการคุมกำเนิดได้ในระยะยาวต่อเนื่อง กระนั้น ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยาฝังคุมกำเนิดจะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ กล่าวคือ อาจจะทำให้ประจำเดือนมาถี่กว่าปกติ หรือ ทำให้ประจำมาช้ากว่าปกติ ดังนั้น อาการดังกล่าวจึงอาจจะเป็นผลข้างเคียงของยาฝังคุมกำเนิดได้ครับ อย่างไรก็ดี หากประจำเดือนมาสัปดาห์เว้นสัปดาห์ชัดเจน ก็ถือว่าถี่เกินควรครับ ขอแนะนำพบคุณหมอนรีเวชเพื่อตรวจรักษาเพิ่มเติม เพราะอาจจะมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เลือดออกจากช่องคลอดได้ อาทิเช่น เนื้องอกในมดลูก ติ่งเนื้อปากมดลูก โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้นครับ
โดยปกติ การที่จะเอายาฝังคุมกำเนิดออกจะกระทำ ก็ต่อเมื่อมีผลข้างเคียงจากยาร้ายแรง อาทิเช่น มีโรคลิ่มเลือดในหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น หรือ ถ้ามีความประสงค์ที่จะตั้งครรภ์จริงๆแล้ว ก็สามารถขอให้แพทย์เอายาฝังออกได้เช่นกันครับ
สรุปแล้ว จากอาการดังกล่าว ก็ควรพบคุณหมอนรีเวช เพื่อรับความปรึกษาเกี่ยวกับยาฝังคุมกำเนิดต่อไปครับ

Mar 25, 2020 at 08:37 PM
สวัสดีครับ คุณ Wanida Nitakot
ยาฝังคุมกำเนิดนั้นมีฤทธิ์ปล่อยฮอร์โมนเพศหญิงออกมาในช่วงระยะเวลา 3-5 ปี (ตามแต่ตัวยา) เพื่อให้มีการคุมกำเนิดได้ในระยะยาวต่อเนื่อง กระนั้น ผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยาฝังคุมกำเนิดจะทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ กล่าวคือ อาจจะทำให้ประจำเดือนมาถี่กว่าปกติ หรือ ทำให้ประจำมาช้ากว่าปกติ ดังนั้น อาการดังกล่าวจึงอาจจะเป็นผลข้างเคียงของยาฝังคุมกำเนิดได้ครับ อย่างไรก็ดี หากประจำเดือนมาสัปดาห์เว้นสัปดาห์ชัดเจน ก็ถือว่าถี่เกินควรครับ ขอแนะนำพบคุณหมอนรีเวชเพื่อตรวจรักษาเพิ่มเติม เพราะอาจจะมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เลือดออกจากช่องคลอดได้ อาทิเช่น เนื้องอกในมดลูก ติ่งเนื้อปากมดลูก โรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เป็นต้นครับ
โดยปกติ การที่จะเอายาฝังคุมกำเนิดออกจะกระทำ ก็ต่อเมื่อมีผลข้างเคียงจากยาร้ายแรง อาทิเช่น มีโรคลิ่มเลือดในหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคปวดศีรษะไมเกรน เป็นต้น หรือ ถ้ามีความประสงค์ที่จะตั้งครรภ์จริงๆแล้ว ก็สามารถขอให้แพทย์เอายาฝังออกได้เช่นกันครับ
สรุปแล้ว จากอาการดังกล่าว ก็ควรพบคุณหมอนรีเวช เพื่อรับความปรึกษาเกี่ยวกับยาฝังคุมกำเนิดต่อไปครับ