ถามแพทย์

  • เดิมขาดประจำเดือน ไปตรวจแล้วแพทย์จ่ายยามา ทำให้มีเลือดออกกระปริดกระปรอย

  •  fernf
    สมาชิก
    คือประจำเดือนความจริงต้องเป็นตั้งแต่กลางเดือนกันยายน หรือต้นเดือนอ่ะค่ะ แต่ประจำเดือนไม่มา เลยไปหาหมอวันที่ 26 กันยา หมอตรวจปัสสาวะไม่ท้อง และวันที่ 2 ตุลาคมก็ไปหาหมอใหม่ หมอก็ตรวจปัสสาวะไม่ท้อง แล้วก็ให้ยาฮอร์โมนมากิน พอกินหมด วันที่ 10 ตุลาคมประจำเดือนมา แต่มาน้อยมาก มาถึงวันที่ 11 ตุลา และหลักจากนั้นก็จะมาเฉพาะเวลาปัสสาวะ มาแบบกะปริบกะปรอย มันเกิดจากสาเหตุอะไรหรอคะ

     

    สวัสดีค่ะ คุณ fernf

     

    -การที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือการขาดประจำเดือน สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น

     

    ·       การตั้งครรภ์

     

    ·       การทำงานที่ผิดปกติของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับต่อมให้สมอง (Hypothalamus-pituitary axis) สามารถเกิดจากความเครียด, การออกกำลังอย่างหนัก, การให้นมบุตร, การมีเนื้องอกที่ต่อมใต้สมองหรือบริเวณใกล้เคียง, การเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

     

    ·       การทำงานของฮอร์โมนที่ผิดปกติของรังไข่ สามารถเกิดจาก โรคพีซีโอเอส (Polycystic ovary syndrome, PCOS), การทำงานของไทรอยด์ผิดปกติทั้งแบบเป็นพิษและแบบลดลง เนื้องอกที่รังไข่, โรคเนื้องอกที่ต่อมหมวกไต, ภาวะรังไข่หยุดทำงาน (Premature ovarian syndrome) เป็นต้น

     

    ·       ยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยาจิตเวช ยาสเตียรอยด์ ยาเคมีบำบัด เป็นต้น

     

    กรณีของคุณ fernf การขาดประจำเดือนน่าจะเกิดจากภาวะไข่ไม่ตก หรือเกิดจากโรคพีซีโอเอส ยาที่แพทย์จ่ายให้จะเป็นยาฮอร์โมนที่ทำให้ไข่ตก และเกิดประจำเดือนตามมาค่ะ ซึ่งหากร่างกายมีระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลอาจทำให้เลือดออกกระปริดกระปรอยในช่วงแรกได้ค่ะ แต่หากคุณ fernf ยังมีเลือดออกกระปริดกระปรอยเป็นเวลานาน ควรไปปรึกษาแพทย์ผู้รักษาอีกครั้งนะคะ  

     

    fernf  fernf
    สมาชิก
    หมอค่ะ คือมันออกกระปริบกระปรอยเป็นสีน้ำตาลอ่ะค่ะ เวลาที่ใช้ทิชชู่เช็ด มันเป็นอะไรหรือป่าวคะ กลัวมากเลยค่ะ
    ถ้าเป็นเลือดเก่าค้างในโพรงมดลูก อาจเป็นสีน้ำตาล หรือสีน้ำตาลเข้มเกือบดำได้ค่ะ. หากกังวลไปตรวจซ้ำกับแพทย์ผู้รักษาได้นะคะ