สวัสดีค่ะ คุณ June,
การที่ประจำเดือนมา 2-3 เดือนครั้ง และบางครั้งขาดหายไป 5 เดือน ถือว่ามีระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนที่นานกว่าปกติ โดยอาจเกิดจาก
1. การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ เช่น มีกลุ่มอาการถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) โดยผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีรูปร่างอ้วน ผิวมัน มีสิว ขนดกตามตัวมากกว่าผู้หญิงทั่วไป
2. มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมาก หรือมีโรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีเซลล์ไขมันจำนวนมาก ซึ่งเซลล์ไขมันสามารถสร้างฮฮร์โมนเอสโตรเจนได้ในปริมาณเล็กน้อย เมื่อมีปริมาณมากเกิน จึงกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศที่ปกติได้
3. มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพิษ หรือไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
4. มีเนื้องอกของต่อมใต้สมอง แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน มีน้ำนมไหล เป็นต้น
ส่วนอาการปวดท้องประจำเดือนที่ปวดในช่วงวัยรุ่น แม้จะมีอาการปวดมาก ก็ถือเป็นอาการปวดท้องชนิดปฐมภูมิ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความผิดปกติหรือมีอันตรายอะไร และหากในตอนนี้ อาการปวดได้หายไปแล้ว ก็ถือว่าปกติดีค่ะ
อย่างไรก็ตาม หากยังควีมระยะห่างระหว่างรอบประจำเดือนที่นาน 2-3 เดือน แนะนำควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจว่ามีโรคทางกายอะไรหรือไม่ หากไม่มี ก็น่าจะเกิดจากการผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ ซึ่งโดยปกติ การรักษาคือการทานยาปรับฮอร์โมนในช่วงระยะเวลาหนึ่งค่ะ