
Sep 04, 2017 at 08:31 PM

Sep 04, 2017 at 08:31 PM

Sep 05, 2017 at 12:01 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Kodchakorn
การใช้ยาฉีดคุมกำเนิด ยาคุมแบบฉีด ถ้าเป็นแบบ 3 เดือน มักจะมียาฮอร์โมนหลักคือ โปรเจสเตอโรนค่ะ โดยมีข้อดีคือ ประจำเดือนจะค่อยๆน้อยลง จนสุดท้ายถ้าใช้ติดต่อกันนานๆ อาจไม่มีประจำเดือนมา แต่ข้อเสียคือ อาจมีเลือดออกกระปริบกระปรอยได้ตลอด รวมไปถึงบางรายหลังใช้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น
ท้ังนี้ ภายหลังการหยุดใช้ยาคุมกำเนิดแบบฉีด อาจมีปัญหาประจำเดือนขาดได้ค่ะ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าประจำเดือนจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ค่ะ เนื่องจากเป็นผลจากฮอร์โมนที่ใช้ในการคุมกำเนิด กดการทำงานของระบบฮอร์โมนของร่างกาย ทำให้ชะลอการตกไข่ ทั้งนี้มีรายงานว่าประจำเดือนกลับมาเป็นปกติ ซึ่งหมายความว่ากลับมาตกไข่ และสามารถตั้งครรภ์ได้อีกครั้ง นานถึง 9-12 เดือน ค่ะ
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปลี่ยนมาใช้แบบฉีดทุก 1 เดือน มักจะเป็นฮอร์โมนรวมคือ เอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน ดังนั้นประจำเดือนจะมาทุกเดือนค่ะ เเต่อาจมีปริมาณที่น้อยลง
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการคุมกำเนิดแบบไหน ก็ไม่ได้มีประสิทธิภาพ 100%
ดังนั้น การที่ประจำเดือนขาดหายไป และมีความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ การตรวจปัสสาวะ จึงถือว่าถูกต้องค่ะ ถ้าไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ประจำเดือนที่หายไปอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ โดยเฉพาะ ถ้าประจำเดือนหายไป 3 เดือน แนะนำให้ไปพบ สูตินรีเเพทย์เพื่อทำการตรวจค้นเพิ่มเติมค่ะ เนื่องจากอาจเกิดภาวะการไม่ตกไข่ (Anovulation) หรือภาวะการทำงานผิดปกติของการทำงานรังไข่ค่ะ หรือฮอร์โมนตัวอื่น เช่น ไทรอยด์ค่ะ หรือการที่เคยใช้ยาคุมแบบใดก็ตามมาก่อนสามารถไปพบเพื่อประเมินเรื่องระบบฮอร์โมนค่ะ
ส่วนการที่มีตกขาว ที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ร่วมกับมีกลิ่น แนะนำให้ไปตรวจภายในอย่างละเอียดค่ะ เนื่องจากอาจมีการติดเชื้อบริเวณช่องคลอดได้ เช่น การติดเชื้อรา แบคทีเรีย ปรสิต ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการใช้ยาที่แตกต่างกันค่ะ
ส่วนเรื่องยาที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจต้องพิจารณาจากชื่อยา รวมไปถึง วันเดือนปีที่หมดอายุค่ะ ซึ่งส่วนมากสามารถขอกล่องหรือรายละเอียดของยาได้ค่ะ