สวัสดีค่ะ คุณ oreoumi,
หากยังคงทานยาคุมกำเนิดอยู่ และทานได้อย่างถูกต้อง คือเมื่อทานครบ 21 เม็ด แล้วได้เว้นระยะ 7 วันแล้ว หรือทานครบ 28 เม็ดแล้ว แต่ไม่มีประจำเดือนมา ซึ่งหากได้ตรวจหาการตั้งครรภ์อย่างถูกต้องแล้ว ไม่พบการตั้งครรภ์ ก็แสดงว่า อาจเกิดจากผลของฮอร์โมนจากยาคุม ที่ไปทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง จึงไม่มีประจำเดือนมาได้ โดยเฉพาะยาคุมชนิดที่มีฮอร์โมนต่ำ ซึ่งก็ไม่ได้อันตรายอะไร สามารถทานยาคุมต่อไปได้
แต่หากไม่ได้ทานยาคุมกำเนิดต่อตั้งแต่เดือน มี.ค. แล้วไม่มีประจำเดือนมา และตรวจหาการตั้งครรภ์ไม่พบ ก็อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น
- มีน้ำหนักขึ้นมาก หรือมีโรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีเซลล์ไขมันจำนวนมาก ซึ่งเซลล์ไขมันสามารถสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ในปริมาณเล็กน้อย เมื่อมีปริมาณมากเกิน จึงกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศที่ปกติได้
- การผลิตฮอร์โมนของรังไข่ผิดปกติ เช่น มีภาวะมีถุงน้ำจำนวนมากในรังไข่ (PCOS) โดยผู้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีรูปร่างอ้วน ผิวมัน มีสิว ขนดกมากกว่าผู้หญิงทั่วไป
- มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพิษ หรือไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
- มีพังผืดเกิดขึ้นในโพรงมดลูก
- มีเนื้องอกของต่อมใต้สมอง แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน มีน้ำนมไหล เป็นต้น
ดังนั้น หากไม่ได้ทานยาคุมกำเนิดแล้ว และประจำเดือนยังคงไม่มา แนะนำควรไปพบสูติ-แพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุค่ะ