ถามแพทย์

  • ทานยาคุมไป1แผงแล้วหยุด เดือนถัดมาประจำเดือนยังไม่มา เพราะอะไร

  •  ์Nana
    สมาชิก

    เริ่มทานยาคุมแผงแรกของวันแรกที่มีประจำเดือนคือ 3พ.ค. ค่ะ แบบ28เม็ดค่ะ ทานต่อเนื่องจนประจำเดือนมาอีกครั้งวันที่ 27 พ.ค. พอประจำเดือนมาก็ไม่ได้ทานต่อแผงใหม่ มีพสพวันที่ 8,15 มิย ป้องกันด้วยถุงยาง จนตอนนี้ 29 มิย แล้วประจำเดือนก็ยังไม่มา ใช้แอพคำนวณบอกว่าประจำเดือนควรมาวันที่ 24 มิย

    ตอนนี้ต้องการกลับมาทานยาคุมอย่างสม่ำเสมอแล้ว แต่รอประจำเดือนมาอยู่ อยากทราบว่าที่ประจำเดือนยังไม่มาเพราะที่ทานยาคุมแล้วหยุดไป หรือมีความเสี่ยงตั้งครรภ์คะ 

     สวัสดีค่ะ คุณ Mew Supansa,

                           เมื่อได้หยุดทานยาคุมกำเนิดแล้ว ประสิทธิภาพในการป้องกันการตั้งครรภ์ย่อมหมดลงในทันที ดังนั้นหากมีเพศสัมพันธ์ก็จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ โดยหากใช้ถุงยางอนามัย จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้ประมาณ 2%-18%

                           ดังนั้น การที่ประจำเดือนยังไม่มา อาจเกิดจาก

                           1. การทำงานของรังไข่ยังไม่กลับมาเป็นปกติและการตกไข่ยังไม่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่เมื่อหยุดทานยาคุมกำเนิดแล้ว การตกไข่จะเกิดขึ้นภายใน 2-3 สัปดาห์ และประจำเดือนจะมาภายใน 4-5 สัปดาห์ แต่ในบางรายอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ได้

                           2. การตั้งครรภ์

                           3 มีความเครียด ทำงานหนัก ออกกำลังกายหักโหม พักผ่อนน้อย อดนอน นอนดึก อดอาหาร มีน้ำหนักลด หรือมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็ว

                       แนะนำให้รอประจำเดือนไปอีกซัก 1 สัปดาห์ค่ะ หากประจำเดือนยังไม่มา ควรตรวจหาการตั้งครรภ์ดู หากตรวจไม่พบ ก็ให้รอประจำเดือนไปอีกซักระยะ หรืออาจเริ่มทานยาคุมกำเนิดไปเลยก็ได้ แต่เมื่อเริ่มทานยาคุมแล้ว ประจำเดือนก็จะยังไม่มา จนกว่าจะทานยาจนถึงเม็ดที่ 24-25 ค่ะ