ถามแพทย์

  • ทานยาคุมเม็ดแรกวันที่มีประจำเดือน แต่ประจำเดือนมา 15 วันแล้วยังไม่หยุด เกิดจากอะไร

  •  Authumporn Ktc
    สมาชิก
    ทุกๆเดือนประจำเดือนจะมาในช่วง 32-40 วัน ประจำเดือนมาปกติ 5 วัน ปริมาณมาเยอะมากๆ มาเป็นสีแดงเข้ม มีก้อนเนื้อออกมาคะ ปวดท้องน้อย เกร็ง ปวดหลัง เวียนหัว เป็นลมทุกเดือน แต่เดือนนี้ประจำเดือนมาวันที่ 21มิถุนายน (แรกมาเป็นสีชมพู) จึงทานยาคุมวันแรกที่มีประจำเดือน ต้องบอกก่อนว่าหนูไม่เคยกินยาคุมมาก่อนเลย หลังจากนั้นประจำเดือนมาสีแดงสด แต่มาน้อยมาก ไม่ค่อยปวดท้อง มาสีแเงสดประมาณ 3-4.วัน หลังจากนั้นมาเป็นสีชมพูค่อนไปทางเข้มทุกวันจนถึงวันที่ 30 เหมือนจะหยุดไปและวันนี้มีเพศสัมพันธ์กับแฟน หลังจากมีเพศสัมพันธ์รู้สึกเจ็บแสบ หน่วงมีเลือดสดๆออกมาแต่ไม่มากแล้วหยุดไป วันที่ 1 กรกฎาคม มีเลือดสดๆออกมานิดนึง หลังจากวันที่ 21 ถึง วันที่ 3 หนูกินยาคุมตลอด จนมาหยุดกินวันที่ 4 และ 5 พบว่าวันนี้วันที่ 5.มีอาการเพลียขาสั่น ปวดหลัง ปวดท้องน้อย มีเลือดออกมากว่าทุกวัน อยากถามคุณหมอว่า 1.เลือดออกเนื่องจากอะไร เป็นผลจากยาคุมมั้ย 2.มีโอกาสเป็นโรคอะไรมั้ย 3.ตอนนี้หยุดทานยาคุมแล้วจะมีผลอะไรบ้าง
    Authumporn Ktc  พญ.นรมน
    แพทย์

    สวัสดีค่ะคุณ Authumporn Ktc

    การมีเลือดออกทางช่องคลอด อาจแบ่งได้เป็น

    1.เลือดออกแค่กระปริดกระปรอยติดกางเกงใน อาจจะเป็นผลข้างเคียงจากยาคุมในช่วง 1-3 เดือนแรกได้ ไม่ควรเป็นเรื้อรัง หรือมีกลิ่นเหม็นคาวกว่าปกติ ไม่มีอาการปวดหน่วงท้องน้อย

    2.เลือดออกจากช่องคลอดที่ค่อนข้างมากจนต้องใช้ผ้าอนามัย อาจมีสาเหตุอื่นๆนอกเหนือจากผลข้างเคียงจากยาคุมเช่น มีการติดเชื้อในช่องคลอด ปากมดลูก หรือมดลูก มีการอักเสบของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน มีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เช่นหนองใน ภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์ มีเนื้องอกมดลูก เป็นต้น 

    ในกรณีนี้คงต้องดูด้วยหลังหยุดยาคุมแล้ว ยังมีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดหรือไม่ หากในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ ยังทานยาคุมอยู่สม่ำเสมอทุกวัน มีโอกาสตั้งครรภ์ได้น้อยกว่า 1%

    ถ้าตอนนี้ถ้าเลือดยังออกอยู่ไม่หยุด มาเยอะจนต้องใช้ผ้าอนามัย ซีด เพลีย เลือดมีกลิ่นคาวมาก น่าจะมีความผิดปกติ ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์ แพทย์อาจตรวจภายในและทำอัลตราซาวน์หน้าท้องเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม

    การดูแลตัวเองเบื้องต้น ทำความสะอาดอวัยวะเพศภายนอกด้วยน้ำสะอาดวันละ 2 ครั้ง ไม่สวนล้างช่องคลอด งดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อน ยังไม่ซื้อยาปรับฮอร์โมนหรือยาสตรีใดๆมารับประทานเอง และรีบไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ