
Apr 20, 2021 at 11:24 AM

Apr 20, 2021 at 11:24 AM

Apr 20, 2021 at 11:53 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Kongpop Khamchuanchuen,
ถุงอัณฑะที่เกิดการบวมและเจ็บ อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น
1. ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ อาการคือจะคลำพบก้อนที่อัณฑะ หรือเห็นลูกอัณฑะบวมโต โดยเฉพาะเวลานั่ง ยืน เดิน กระโดด วิ่ง หรือไอ หรือยกของหนักและจะยุบหายไปเวลานอนราบ โดยปกติจะไม่มีอาการเจ็บหรือปวด แต่หากเกิดภาวะแทรกซ้อน คือกลายเป็นไส้เลื่อนชนิดติดคา ก็จะทำให้มีอาการเป็นก้อนบวมและปวดอย่างต่อเนื่อง
2. ถุงน้ำในอัณฑะ (hydrocele) พบเป็นก้อนนิ่มที่ถุงอัณฑะ โดยไม่ยุบหายไม่ว่าอยู่ในท่าใด แต่จะไม่มีอาการเจ็บปวด ยกเว้นหากมีการติดเชื้อที่ถุงน้ำ ก็จะมีอาการปวดลูกอัณฑะ และลูกอัณฑะบวมแดงได้
3. อัณฑะอักเสบ (orchitis) ซึ่งอาจเกิดจากเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคคางทูม หรือเชื้อแบคทีเรียที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองในแท้ หนองในเทียม อาการคือ ปวดเจ็บอัณฑะ อัณฑะบวม ปวดหรือเจ็บเวลาปัสสาวะหรือหลั่งน้ำอสุจิ น้ำอสุจิเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด มีหนองตรงปลายท่อปัสสาวะ เป็นต้น
4. ก้อนเนื้องอกและมะเร็งอัณฑะ จะคลำได้เป็นก้อนแข็งที่อัณฑะ และมีอาจมีอาการปวดได้
หากอัณฑะยังคงบวมกว่าอีกข้าง หรือมีอาการเจ็บต่อเนื่อง แนะนำควรรีบไปพบแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมเพื่อตรวจว่าเกิดจากสาเหตุใด เพราะหากเป็นไส้เลื่อน ก็จำเป็นต้องรีบรักษาค่ะ ในเบื้องต้น ก็ควรงานเล่นกีฬาและออกกำลังกายต่างๆ ไปก่อน ไม่วิ่ง ไม่กระโดด และไม่ยกของหนักค่ะ