
Sep 01, 2022 at 10:05 AM

Sep 01, 2022 at 10:05 AM

Sep 01, 2022 at 10:21 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Wr Ld,
ก้อนที่อยู่ใต้กราม 2 ข้าง อาจเป็น
1. ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งอาจกดเจ็บได้ และอาจขยับได้เล็กน้อย มักเกิดจากการติดเชื้อบริเวณใกล้เคียง เช่น มีฟันผุ มีฝีที่รากฟัน มีแผลในปาก การมีคอหอยหรือทอนซิลอักเสบเป็นไข้หวัด มีหูชั้นนอกอักเสบ เป็นต้น
2. วัณโรคต่อมน้ำเหลือง แต่จะมีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลียร่วมด้วย
3. ก้อนซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง ลักษณะของก้อนเวลาคลำจะนิ่ม ขยับได้เล็กน้อย กดไม่เจ็บ ไม่ปวด
4. เป็นก้อนเนื้องอกธรรมดาของชั้นเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เช่น ก้อนเนื้องอกไขมัน ก้อนเนื้องอกหลอดเลือด เป็นต้น
5. เป็นโรคของต่อมน้ำลายที่อยู่ใต้กราม เช่น ต่อมน้ำลายอักเสบเรื้อรัง นิ่วในต่อมน้ำลาย เนื้องอกต่อมน้ำลาย รวมถึงมะเร็งต่อมน้ำลาย
6. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ก้อนมักโตเร็ว มักมีไข้ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ซีดร่วมด้วย
หากก้อนที่กรามได้ยุบลงแล้ว ไม่มีอาการเจ็บและปวดแล้ว ก็น่าจะเป็นต่อมน้ำเหลืองที่เคยโตได้ค่ะ ซึ่งไม่ได้อันตรายอะไร
สำหรับก้อนที่จับได้ใหม่ ที่รักแร้ อาจเป็น
1. เนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวหนัง หากมีน้ำหนักขึ้น หรืออายุมากขึ้น ไขมันจะสะสมบริเวณใต้รักแร้มากขึ้นได้ อาจทำให้คลำแล้วรู้สึกเหมือนเป็นก้อน แต่จะกดไม่เจ็บ
2. เป็นเนื้อเยื่ออักเสบ หรือฝีที่รักแร้ แต่ผิวหนังจะมีการบวมแดง มีอาการเจ็บและปวดร่วม
3. ต่อมน้ำเหลืองโต จากการอักเสบติดเชื้อบริเวณใกล้เคียง เช่น การมีแผลติดเชื้อที่บริเวณมือหรือแขน เป็นต้น
4. ก้อนเนื้องอกต่างๆ ของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เช่น ก้อนไขมัน ก้อนซีสต์ไขมันใต้ผิวหนัง เป็นต้น
5. วัณโรคต่อมน้ำเหลือง พบได้น้อยที่รักแร้ และจะมีไข้ร่วมด้วย
6. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ก้อนจะโตเร็ว มีอาการเจ็บและปวด อาจมีไข้ อ่อนเพลียร่วม
หากก้อนยังมีขนาดเล็ก แนะนำควรสังเกตอาการไปก่อนค่ะ หากเกิดจากต่อมน้ำเหลืองที่โต หรือเนื้อเยื่อมีการอักเสบ หากเป็นไม่มาก ก็จะหายได้เองค่ะ แต่หากก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ มีอาการเจ็บและปวดมากขึ้น หรือมีไข้ขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจค่ะ ในเบื้องต้น ก็ไม่ควรไปบีบจับนวดคลึงก้อนบ่อยๆ เพราะอาจทำให้เกิดการอักเสบตามมาได้ค่ะ