ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad

ตึงท้ายทอย บ่า ไหล่ขวา ลามไปแก้มขวาเป็นๆ หายๆ เป็นอาการอะไร

mukushtสมาชิก

Apr 07, 2022 at 09:33 AM

ผมตึงท้ายทอย บ่าไหล่ขวาบ่อยๆ  

ตอนนี้มันไปตึง "ข้างๆแก้มตรงจอนฝั่งขวา"แต่ไม่ปวด เป็นๆหายๆ

อาการจะเริ่มตึงที่บ่า ท้ายทอยฝั่งขวา ลามไปถึง "ตรงแก้มจอนฝั่งขวา" เป็นฝั่งขวาฝั่งเดียว

ไม่มีอาการหูอื้อ  อยากทราบว่า มันเกี่ยวข้องกันไหมครับ

แพทย์หญิงสลิล ศิริอุดมภาส แพทย์

Apr 07, 2022 at 10:01 AM

สวัสดีค่ะ คุณ mukusht,

                    อาการตึงท้ายทอย บ่า ไหล่ ลามไปข้างแก้ม อาจเกิดจาก

                   - กล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยบาดเจ็บ จากการเอี้ยวคอผิดท่า การสะบัดคอรุนแรง เป็นต้น ซึ่งอาจปวดร้าวไปยังบริเวณใกล้เคียงได้ 

                   - จากการมีกล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยหดเกร็ง พบในผู้ที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ แล้วมีการก้มคอ หรือต้องทำงานในท่าที่ก้มๆ เงยๆ บ่อยๆ ซึ่งอาจทำให้ปวดบ่า ไหล่ร่วมด้วย

                    - ปวดท้ายทอยจากความเครียดและกล้ามเนื้อตึงตัว (tension headahce) โดยจะมีอาการปวดศีรษะเหมือนมีเข็มขัดรัดรอบศีรษะ และปวดร้าวไปที่ท้ายทอย ไหล่ บ่า มักจะพบร่วมกับอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ อาการปวดจะเป็นมากในช่วงบายถึงค่ำ ส่วนตอนเช้ามาอาการปวดจะเป็นน้อย อาการปวดจะถูกกระตุ้นเมื่อมีความเครียด วิตกกังวล ทำงานหนัก เรียนหนัก ใช้สายตามากไป อดนอน เป็นต้น 

                      - เส้นประสาทส่วนคอถูกกด มักพบในผู้สูงอายุ เนื่องจากกระดูกสันหลังเสื่อมหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม อาการปวดมักร้าวไปที่แขน และอาจมีอาการชาและแขนอ่อนแรงร่วมด้วย

                       หากอายุยังไม่มาก และอาการปวดไม่ได้ลามไปที่แขนร่วมด้วย ก็ไม่น่าเกิดจากเส้นประสาทคอที่ถูกกด แต่อาจเกิดจากการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ หรือหล้ามเนื้บริเวณท้ายทอยหดเกร็งดังกล่าวไป  ในเบื้องต้น ควรนั่งทำงานให้ถูกวิธี โดยให้นั่งหลังตรงแบบสบายๆ ไม่เกร็ง นั่งแล้วคอไม่ก้มเกินไป ไม่นั่งห่อไหล่ ไม่นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ หากต้องนั่งติดต่อเป็นเวลานานๆ ควรลุกยืนเพื่อเปลี่ยนอิริยาบทเป็นระยะๆ  และควรหมั่นออกกำลังกายเพื่อยืดหยุ่นกล้ามเนื้อ ใช้การประคบร้อนบริเวณที่ปวด ใช้ยาทาถูนวดต่างๆ หากปวดมาก อาจทานยา เช่น ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดต่างๆ เช่น  ไดโลฟีแนค (diclofenac), ไพรอกซิแคม (piroxicam) เป็นต้น  แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาต่อไปค่ะ 

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เพิ่มเติม