สวัสดีค่ะ คุณ t2001,
โรคบาดทะยักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Clostridium tetani พบเชื้อชนิดนี้ในพื้นดิน พื้นผิวที่มีฝุ่นต่างๆ รวมทั้งผิวหนังและอุจจาระคน และยังพบได้ในมูลสัตว์ต่างๆเช่น หมู ไก่ หมา แมว วัว ควาย เป็นต้น เชื้อบาดทะยักสามารถเข้าสู่ร่างกายและทำให้เกิดโรคได้หลายทาง เช่น
- ผ่านทางแผลสด เช่น แผลจากตะปู หรือเศษไม้ตำ แผลถูกสัตว์กัด แผลถลอก แผลฉีกขาด แผลถูกไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เป็นต้น
- แผลจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน พบในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด หรือการสักลาย
- ผ่านทางแผลเรื้อรัง เช่น แผลเบาหวาน
- ผ่านทางสายสะดือในเด็กแรกคลอด เกิดจากมารดาที่ไม่เคยฉีดวัคซีนบาดทะยัก และการใช้อุปกรณ์ที่ไม่สะอาดตัดสายสะดือเด็ก
- จากการเป็นโรคหูชั้นกลางอักเสบ
มีบางกรณีที่ไม่พบสาเหตุว่า เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านทางไหน
ส่วนการกรรไกรตัดเล็บบริเวณเล็บขบ และทำให้มีเลือดไหล ก็ย่อมมีโอกาสติดเชื้อบาดทะยักได้ค่ะ
ทั้งนี้ หากในสมัยเป็นเด็กทารกและเด็กเล็ก ได้รับวัคซีนครบตามกำหนดอายุ (ในเด็กเล็กจะเป็นวัคซีนรวมป้องกัน คอตีบ ไอกรน บาดทะยักและอื่นๆ ) และได้เคยฉีดวัคซีนบาดทะยักกระตุ้นไปล่าสุดเมื่ออายุ 11-12 ปี เมื่อเกิดบาดแผลจากกรรไกรตัดเล็บในครั้งนี้ ยังไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนกระตุ้นอีกค่ะ เพราะวัคซีนที่เคยฉีดกระตุ้นไป จะกระตุ้นภูมิให้สามารถป้องกันโรคได้ประมาณ 10 ปีค่ะ
แต่หากในสมัยเป็นเด็กทารกและเด็กเล็ก ได้รับวัคซีนไม่ครบ และการฉีดวัคซีนเมื่ออายุ 11-12 ปี ไม่ได้ฉีดครบ 3 เข็ม เมื่อเกิดบาดแผลในครั้งนี้ ก็ควรไปฉีดวัคซีนค่ะ โดยควรฉีดให้ครบ 3 เข็ม เพื่อให้มีภูมิคุ้มกันอยู่ได้ 10 ปีค่ะ