ถามแพทย์

  • ตกขาวปนเลือด

  •  Namtarn P
    สมาชิก
    มีเพศสัมพันธ์ตอนมีประจำเดือนแบบไม่ได้ป้องกัน และทานยาคุมฉุกเฉินทันทีภายใน 1 ช.ม. แต่ผ่านมา 2 อาทิตย์ รู้สึกปวดท้องน้อยเหมือนประจำเดือนกำลังจะมา(ปกติประจำเดือนจะมาในอีก 1อาทิตย์ค่ะ) แต่ไม่ใช่ มันเป็นตกขาวที่มีเลือดปนมาด้วย แต่ไม่มีกลิ่นเหม็นค่ะ อยากทราบว่ามันมีความผิดปกติทางร่างกายหรือเป็นผลข้างเคียงจากการทานยาคุมกำเนิดเหรอคะ ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีค่ะ คุณ Namtarn P,

                       หากนับจากวันแรกที่มีประจำเดือนมา จนถึงวันที่มีเพศสัมพันธ์ หากนับได้ไม่เกิน 7 วัน ถือว่ายังอยู่ในระยะปลอดภัย โอกาสที่จะตั้งครรภ์นั้นมีน้อยมาก และไม่จำเป็นต้องทานยาคุมฉุกเฉินไป

                       แต่หากเลย 7 วันไปแล้ว โอกาสที่จะตั้งครรภ์นั้นมีได้ โดยหากได้ทานยาไปภายในไม่เกิน 12 ชั่วโมงหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ ยาคุมฉุกเฉินก็จะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 95% ค่ะ

                       หลังจากทานยาคุมฉุกเฉินไปประมาณ 1 สัปดาห์ ก็อาจมีเลือดออกจากช่องคลอดได้ โดยเกิดจากผลของยา ไม่ใช่ประจำเดือนจริงๆ 

                        สำหรับประจำเดือนจริงๆ นั้น ก็อาจมาในช่วงเวลาเดิม หรืออาจจะมาช้ากว่าปกติได้ค่ะ

                         ทั้งนี้ หากทานยาคุมฉุกเฉินไป 2 สัปดาห์ แล้วจึงมีเลือดออกมา อาจไม่ได้เกิดจากผลข้างเคียงของยา แต่อาจเป็นประจำเดือนก็ได้ อย่างไรก็ตาม หากเลือดออกเพียง 1 วันแล้วหายไป ก็อาจไม่ใช่ประจำเดือน แต่อาจเป็นเลือดออกช่วงไข่ตกก็ได้ค่ะ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอะไร หากเลือด หรือตกขาวปนเลือดที่ออกมา เป็นไม่นานเกิน 7 วัน ไม่ได้มีปวดท้องน้อยต่อเนื่อง ก็ไม่ได้ถือว่าผิดปกติอะไรค่ะ 

                        แต่หากมีเลือดหรือตกขาวปนเลือดออกนานเกิน 7 วัน หรือมีปวดท้องน้อยต่อเนื่องหลายวัน อาจเกิดจากสาเหตุ เช่น มีมดลูกอักเสบ ในกรณีนี้ ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ

                         หากจะมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ก็ควรใช้วิธีคุมกำเนิดที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด แผ่นแปะคุมกำเนิด เป็นต้น ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99% ไม่ควรทานยาคุมฉุกเฉินบ่อยๆ  เพราะจะมีผลต่อการทำงานของรังไข่ ทำให้มีเลือดออกผิดปกติ และประจำเดือนมาผิดปกติได้ อีกทั้งประสิทธิภาพของยาคุมฉุกเฉินก็ไม่ถือว่าดีมากนักเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ โดยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ประมาณ 58%-95% ค่ะ