ถามแพทย์

  • ฝังยาคุมกำเนิดอยู่ มีเลือดออกกะปริดกะปรอย 17 วัน ต่อมามีตกขาวมีเลือดปน วันแรกปวดท้อง ต่อมาไม่ปวด ผิดปกติไหม

  •  maboo
    สมาชิก

    สวัสดีค่ะ พอดีว่าฝังยาคุมได้ 2 เดือนแล้ว ตอนที่ฝังเดือนแรก มีเลือดมากระปริดกระปรอย 17 วันค่ัตั้งแต่วันที่ 13-29 มีนาคม  และได้เริ่มมี พสพ แบบหลั่งใน ในวันที่ 31 ค่ะ คิดว่ายาคุมออฤทธิ์ได้ดีแล้วนับจากวันที่ฝังยาคุมก็ 1 เดือน 2 สัปดาห์ และหลังจากนั้น  เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบค่ะ รักษาอยู่  8 วันจนหายดี และ 4 วันที่ผ่านมาสังเกตว่า ตกขาวมีเลือดปนเล็กน้อย เจ็บจี๊ดที่ท้องซ้ายขวาเป็นช่วงๆ แต่ไม่ปวดมาก ไม่มีอาการคันวันที่ 2 ก็เหมือนตกขาวที่ก่อนประจำเดือนมาค่ะ และเมื่อวานกับวันนี้ ตกขาวที่เป็นสีน้ำตาล มันปนเลือดเหมือนเลือด ประจำเดือนเลยค่ะ แต่มานิดเดียว ไม่รบกวนมาก ไม่ปวดท้องหน่วง มันคือผลของยาคุมหรือมีอะไรผิดปรกติไหมคะ อาการที่เล่าไป ละเอียดมากเลยค่ะเพราะสังเกตอาการมาทุกวัน

    สวัสดีค่ะ คุณ maboo,

                        หากฝังยาคุมกำเนิดมา 1 เดือน  2 สัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ยาฝังก้จะออกฤทธิ์ในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้เต็มที่แล้วค่ะ โดยจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้มากกว่า 99%

                        ส่วนผลข้างเคียงที่มักพบได้บ่อยจากการฝังยาคุมกำเนิด คือการมีเลือดออกกะปริดกะปรอย หรืออาจทำให้มีเลือดออกปริมาณมาก ออกนานติดต่อกันหลายวัน หรืออาจทำให้ประจำเดือนขาดหายไปก็ได้ค่ะ

                         ดังนั้น การที่มีเลือดออกกะปริดกะปรอย 17 วันดังกล่าว ก็ถือเป็นผลข้างเคียงจากยาฝังได้ ซึ่งหากได้หยุดไหลไปแล้ว ก็ไม่ได้อันตรายอะไรค่ะ ส่วนการที่มีเลือดปนในตกขาวนั้น ถือเป็นอาการเลือดออกกะปริดกะปรอยเช่นกันค่ะ ซึ่งหากตกขาวมีปริมาณไม่มาก และเลือดมีปริมาณเล็กน้อย อีกทั้งไม่ได้มีอาการปวดท้องต่อเนื่อง ก็ถือเป็นผลข้างเคียงจากยาฝัง และไม่ได้อันตรายอะไรค่ะ ยังไม่จำเป็นต้องทำอะไร ให้สังเกตอาการต่อไปได้ 

                         แต่หากตกขาวที่ออก มีปริมาณมากทุกวัน มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือมีสีเขียวเหลืองคล้ายหนอง (อาจมีหรือไม่มีเลือดปนมาก็ได้) หรือมีอาการปวดท้องน้อยมากตามมา อาจเกิดจากการมีมดลูกอักเสบได้ ซึ่งในกรณีนี้ ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อตรวจค่ะ