
Oct 28, 2017 at 12:53 PM

Oct 28, 2017 at 12:53 PM

Oct 28, 2017 at 01:28 PM
สวัสดีค่ะ Phanuphong Neverdie,
ประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดของการทานยาคุมฉุกเฉินจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการทานหลังจากมีเพศสัมพันธ์ หากทานช้า ประสิทธิภาพก็จะค่อยๆ ลดลง
สำหรับผลข้างเคียงของยาคุมฉุกเฉินที่อาจพบได้ คือการมีเลือดออกผิดปกติในช่วง 1 สัปดาห์หลังการทานยา ซึ่งอาจจะเป็นอยู่ได้นาน 2-3 วัน และทำให้ประจำเดือนมาผิดปกติได้ โดยอาจมาช้าหรือมาเร็วกว่าปกติได้
ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 15 และได้ทานยาคุมฉุกเฉินไป หลังจากนั้น 5 วันก็มีเลือดออกมา 3 วัน (20-22) เลือดที่ออกจึงไม่น่าใช่เลือดประจำเดือน แต่น่าจะเป็นผลจากยาคุมฉุกเฉินค่ะ
การมีเพศสัมพันธ์ในวันที่ 23 และได้ทานยาคุมฉุกเฉินไปอีกครั้ง ในวันที่ 28 (5 วัน) วันก็มีเลือดออกมาเล็กน้อย เลือดที่ออกอาจเป็นประจำเดือน (เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่ประจำเดือนน่าจะมา) หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้ โดยอาจเป็นผลข้างเคียงจากยาคุมฉุกเฉินเช่นเดียวกับครั้งที่แล้วได้ ดังนั้นจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นหรือไม่ แนะนำให้รอดูการมีเลือดประจำเดือนไปอีกซักระยะค่ะ ว่าจะมีประจำเดือนที่เป็นปกติมาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หากยังคงมีเพศสัมพันธ์อีก ไม่แนะนำให้ใช้ยาคุมฉุกเฉินซ้ำอีกครั้งค่ะ เพราะอาจส่งผลต่อการทำงานของรังไข่ให้ผิดปกติได้ แนะนำให้ใช้ถุงยางอนามัยไปก่อน เมื่อประจำเดือนมาเป็นปกติแล้ว ควรใช้วิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ที่มีประสิทธิภาพค่ะ เช่น ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีดคุมกำเนิด

Oct 28, 2017 at 01:35 PM

Oct 28, 2017 at 01:37 PM

Oct 28, 2017 at 01:39 PM

Oct 28, 2017 at 01:55 PM
หากได้ทานยาภายใน 1 ชั่วโมงหลังมีเพศสัมพันธ์ ประสิทธิภาพในการป้องกันจะได้ประมาณ 95% ค่ะ อีกทั้งหากได้มีการหลั่งนอกในครั้งแรก และไม่มีการหลั่งเกิดขึ้นในครั้งที่ 2 โอกาสที่จะตั้งครรภ์ก็แทบไม่เกิดขึ้นค่ะ
สำหรับอาการของการตั้งครรภ์นั้น จะยังไม่ปรากฏรวดเร็วภายในเดือนแรกค่ะ มักพบอาการต่างๆ เมื่อตั้งครรภ์ไปแล้วประมาณ 6 สัปดาห์ค่ะ

Oct 28, 2017 at 02:11 PM

Oct 28, 2017 at 04:47 PM