ถามแพทย์

  • ประจำเดือนไม่มา 2 เดือน ตรวจแล้วไม่ท้อง มีปวดท้อง ท้องเสีย ตกขาว เป็นไข้ เป็นอะไร

  •  Bew'w Bin'n
    สมาชิก
    สวัสดีค่ะ ดิฉัน ประจำเดือนไม่มา 2 เดือนเเล้วค่ะ เเต่ตรวจไม่ท้อง อาการที่เป้น ปวดท้อง ท้องเสีย ตกขาว เป้นใข้เเบบนี้เราเป้นอะไรใด้บ้างค่ะหรือรักษายังใงค่ะ

     สวัสดีค่ะ คุณ Bew'w Bin'n,

                         การที่ประจำเดือนไม่มา 2 เดือน อาจเกิดจาก

                        1. การตั้งครรภ์ แต่หากได้ตรวจหาการตั้งครรภ์อย่างถูกต้องแล้ว ไม่พบการตั้งครรภ์ ก็ไม่ใช่สาเหตุค่ะ

                     2. มีภาวะที่รังไข่ทั้ง  2 ข้างมีถุงน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก หรือ polycystic ovary syndrome (PCOS)

                      3 โรคอ้วน เนื่องจากคนอ้วนมีเซลล์ไขมันจำนวนมาก ซึ่งเซลล์ไขมันสามารถสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ในปริมาณเล็กน้อย เมื่อมีปริมาณมากเกิน จึงกระทบต่อการหลั่งฮอร์โมนเพศที่ปกติได้ 

                      4. มีภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพิษ หรือไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ 

                      5. มีพังผืดเกิดขึ้นในมดลูก จากการเคยมีมดลูกอักเสบ

                      6. มีเนื้องอกของต่อมใต้สมอง แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ปวดศีรษะ มองเห็นภาพซ้อน มีน้ำนมไหล เป็นต้น

                      ส่วนอาการท้องเสีย มีไข้ ปวดท้องและตกขาวที่เป็น ให้ลองสังเกตอาการตกขาวก่อนว่ามีลักษณะที่ผิดปกติหรือไม่ หากตกขาวเป็นสีเขียวเหลืองคล้ายหนอง มีกลิ่นเหม็นรุนแรง รวมถึงมีอาการเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์ อาการต่างๆ ที่เป็นอยู่จึงอาจเกิดจากมดลูกอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประจำเดือนไม่มาได้

                      แต่หากตกขาวไม่ได้มีลักษณะดังกล่าว ก็ถือเป็นตกขาวที่ปกติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอาการปวดท้อง มีไข้ และท้องเสีย ซึ่งหากอาการปวดท้อง มีไข้ ท้องเสีย เป็นมาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ถือเป็นอาการท้องเสียแบบเฉียบพลัน ซึ่งมักเกิดจากการทานอาหารที่มีเชื้อโรคหรือปนเปื้อนพิษของเชื้อโรค 

                      ดังนั้นหามีอาการตกขาวที่ผิดปกติ ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์ แต่หากตกขาวปกติดี แต่ยังคงมีอาการปวดท้อง มีไข้  ท้องเสีย ควรไปพบอายุแพทย์เพื่อพิจารณารับยาปฏิชีวนะทานค่ะ