ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
สุขภาพ

เป็นหวัดแล้วหูอื้อ สาเหตุและวิธีการรับมืออย่างถูกต้อง

อัปเดตล่าสุด 6 ก.ย. 2567

เป็นหวัดแล้วหูอื้อ คืออาการที่ได้ยินเสียงที่ลดน้อยลงจากปกติเสียงหรือได้ยินเสียงภายในศีรษะในขณะที่กำลังเป็นหวัด การรู้จักสาเหตุที่ทำให้หูอื้อขณะเป็นหวัด และวิธีรับรักษาอาการหวัดและหูอื้ออย่างถูกต้องอาจช่วยให้สามารถรับมือกับอาการเป็นหวัดแล้วหูอื้อได้ดีขึ้น

หูอื้อไม่ใช่โรคหรือปัญหาสุขภาพ แต่เป็นอาการที่สามารถถูกกระตุ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น การอยู่ในพื้นที่ที่มีเสียงดัง สิ่งแปลกปลอมอุดตันในหู ปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงโรคหวัดด้วย การเป็นหวัดแล้วหูอื้ออาจสร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่มีอาการ ดังนั้น หูอื้อจึงเป็นอาการที่ไม่ควรมองข้ามและควรได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว หูอื้อมักดีขึ้นได้เมื่อรักษาปัญหาสุขภาพที่เป็นสาเหตุ

Tinnitus after Cold

สาเหตุที่เป็นหวัดแล้วหูอื้อ

หวัดเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน เช่น คอ โพรงจมูก เมื่อเกิดการติดเชื้อ บริเวณโพรงจมูกอาจเกิดการอักเสบและบวม ซึ่งอาจทำให้ท่อยูสเตเชียนที่เชื่อมระหว่างโพรงจมูกและหูชั้นกลางบวม และอาจส่งผลให้ความดันในหูเพิ่มขึ้น จึงอาจเป็นสาเหตุให้เกิดอาการเป็นหวัดแล้วหูอื้อได้

นอกจากนี้ ยาบางชนิดที่รับประทานเพื่อบรรเทาอาการต่าง ๆ ที่เกิดจากโรคหวัดก็อาจทำให้เกิดอาการหูอื้อขณะเป็นหวัดได้ โดยยาที่อาจกระตุ้นให้เกิดหูอื้อส่วนใหญ่จะเป็นยาแก้ปวดต่าง ๆ ที่ใช้รักษาอาการปวดหัวหรือลดไข้ เช่น ยาแอสไพริน (Aspirin) ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) และยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)

วิธีรับมือเมื่อเป็นหวัดแล้วหูอื้ออย่างเหมาะสม

โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการเป็นหวัดแล้วหูอื้อจะดีขึ้นเมื่อหายจากโรคหวัดแล้ว โดยในระหว่างนี้ สามารถดูแลตัวเองได้หลายวิธี เช่น

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยควรดื่มน้ำประมาณวันละ 6–8 แก้ว
  • จิบน้ำอุ่น โดยน้ำอุ่นอาจช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอจากโรคหวัดดีขึ้น
  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและชะล้างน้ำมูกที่อุดตันอยู่ภายในจมูก
  • พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูจากโรคหวัดเร็วขึ้น
  • รับประทานยาแก้คัดจมูก เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูกหรือจมูกตันให้ดีขึ้น
  • รับประทานยาแก้ปวด เช่น ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) และยาไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการปวดหัว เจ็บคอและลดไข้
  • หลีกเลี่ยงการใช้หูฟังและเปิดเสียงดังเกินไป รวมถึงการอยู่ในบริเวณที่มีเสียงดัง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพหูได้

หากเป็นหวัดแล้วหูอื้อไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ หรือมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้สูง หายใจถี่ เวียนศีรษะ สูญเสียการได้ยิน ควรไปพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม เนื่องจากอาการเหล่านี้ที่เกิดขึ้นร่วมกับอาการหวัดและหูอื้ออาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพบางอย่างได้

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

มีเสียงหวีดที่หูมา 3 วัน ไม่มีปวดหู เป็นช่วงเวลา 4-5 ทุ่ม เกิดจากอะไร

โดย Aom'm Arisa

มีเสียงหวีดที่หูเป็นมาประมาณ3วันแล้วค่ะไม่มีอาการปวดหูหรืออย่างไรเลยจะเป็นแค่ช่วงเวลาประมาณ4-5ทุ่มจะเป็นแค่ครั้งเดียวเกิดจากอะไรคะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ไปแคะหูแรงแล้วอยูๆปวดข้างในหูมาก รู้สึกหูอื้อๆ มีเลือดออกมา เกิดจากอะไร

โดย Pa Pat

สอบถามหน่อยค่ะ พอดีหนูแคะหูอยู่แล้วเพื่อนมาชนตอนแคะหูแรงมากแล้วมันปวดมากเลยค่ะ มันหูอื้อๆ ปวดหูอยู่ตลอดแล้วมีเลือดในหูด้วยค่ะ

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

ได้ยินเสียงวิ้งที่หู เวลาที่อยู่ในห้องเงียบๆ เกิดจากอะไร

โดย Apisit Guttaro

ได้ยินเสียงวิ้งที่หูตลอดเวลา แต่ถ้าปกติจะไม่ได้ยินเพราะมีเสียงรอบข้าง แต่ถ้าอยู่คนเดียวในห้องเงียบๆ จะได้ยิน ไม่มีอาการอื่นเลยครับ แบบนี้เกิดจากอะไรหรอครับ มีอะไรร้ายแรงไหมครับ…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 3 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เพิ่มเติม