อาการ COVID-19 สัญญาณสำคัญที่ควรสังเกต

สถานการณ์ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ทวีความรุนแรงไปทั่วโลก ทำให้หลายคนหวั่นวิตกหรือเผลอคิดไปว่าตนเองอาจจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ COVID-19 (Coronavirus Disease 2019) จากที่ใครสักคนก็เป็นได้ แต่ก่อนจะวิตกไปมากกว่านี้ มาลองสังเกตว่าคุณมีอาการที่เข้าข่ายการติดเชื้อ COVID-19 หรือไม่ 

COVID-19 เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่เริ่มต้นการระบาดช่วงประมาณเดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 2019 ในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน โดยทั่วไปเราสามารถรับเชื้อไวรัสโคโรนาได้หลายทาง ทั้งการสูดเชื้อไวรัสในอากาศที่แพร่กระจายผ่านการไอหรือจามของผู้ติดเชื้อ หรือการสัมผัสกับพื้นผิวสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสมาก่อนแล้วนำมือนั้นมาสัมผัสกับดวงตา จมูก หรือปาก

อาการ COVID-19

ทว่าด้วยสถานการณ์ของ COVID-19 ที่แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โรคนี้จึงถูกยกระดับให้เป็นโรคติดต่ออันตรายตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อปี พ.ศ. 2558 เพื่ออำนวยความสะดวกในการเฝ้าระวังและควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ติดเชื้อหรือผู้ที่เข่าข่ายต้องแจ้งข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ทันที โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563

อาการ COVID-19 ที่ควรสังเกต

ผู้ป่วย COVID-19 ส่วนใหญ่มักมีไข้ ไอ และหายใจลำบาก โดยอาการจะแสดงออกมาหลังได้รับเชื้อไวรัสประมาณ 2-14 วัน แตกต่างกันไปตามแต่ละคน แต่บางรายอาจจะไม่มีอาการใดแสดงออกมาก็ได้ ซึ่งนอกเหนือจากอาการหลักแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น

  • คัดจมูก 
  • น้ำมูกไหล
  • เจ็บคอ
  • ปวดกล้ามเนื้อ 
  • เหนื่อยล้า 
  • ปวดศีรษะ
  • เจ็บหน้าอก
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • สูญเสียการได้กลิ่นหรือการรับรส
  • รู้สึกสับสน
  • ท้องเสีย

โดยปกติแล้ว ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงและไม่มีภาวะเสี่ยงส่วนใหญ่มักหายได้เองโดยไม่ต้องรักษาด้วยวิธีเฉพาะ เพียงบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นร่วมกับการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ยกเว้นกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคปอด โรคมะเร็ง หรือโรคเบาหวาน ซึ่งอาจเกิดปัญหาสุขภาพรุนแรงอย่างหัวใจวายหรือเสียชีวิต เนื่องจากมีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอหรือเสื่อมสภาพลงตามวัย จึงควรได้รับการดูแลจากแพทย์อย่างใกล้ชิด

ในกรณีที่คาดว่าตนเองอาจเข้าข่ายติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และมีสัญญาณเตือนของอาการที่รุนแรง เช่น หายใจลำบากหรือหายใจไม่อิ่ม เจ็บหน้าอกอย่างต่อเนื่อง ควรแจ้งให้แพทย์ทราบโดยด่วน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัวที่รุนแรง

corona CHATBOT Thai 2

วิธีป้องกันตนเองจาก COVID-19 

ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และยารักษาเฉพาะก็ยังอยู่ในกระบวนการคิดค้นและการพัฒนาให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ การป้องกัน COVID-19 จึงต้องเริ่มต้นจากการปรับพฤติกรรมตนเองเพื่อลดการได้รับเชื้อที่อาจเข้าสู่ร่างกายและการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้

  • หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาที หากไม่สะดวกจะใช้น้ำและสบู่อาจใช้เป็นเจลแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์ ทดแทนได้ โดยเฉพาะเมื่อออกไปยังสถานที่สาธารณะหรือหลังจากการไอหรือจาม
  • หากยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด ให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ดวงตา จมูก และปาก 
  • ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือคลุกคลีกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการระบบทางเดินหายใจหรืออยู่ในที่ชุมชนที่มีคนจำนวนมาก หากเลี่ยงไม่ได้แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันตนเอง
  • ควรเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร เพื่อป้องกันการหายใจเอาเชื้อโรคในอากาศที่อาจมาจากการไอหรือจามของคนรอบข้างเข้าสู่ร่างกาย
  • ผู้ที่มีอาการในระบบทางเดินหายใจควรสวมหน้ากากอนามัย หากจำเป็นต้องออกนอกบ้าน เมื่อไอหรือจามควรปิดปากและจมูกด้วยกระดาษทิชชู่ และเว้นระยะให้ห่างกับผู้อื่น ในกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใด ๆ ควรไอหรือจามใส่ข้อพับแขนตนเอง แล้วล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
  • ทำความสะอาดเครื่องใช้ในบ้านและอุปกรณ์ที่มักสัมผัสเป็นประจำ เพื่อลดจำนวนเชื้อไวรัสที่อาจปะปนอยู่บนพื้นผิวสิ่งของและการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ติดตามข่าวสารและสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้ออยู่เสมอ และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าว โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคประจำตัว

หากได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ก็ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้ดูแลอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูโดยเร็วและลดการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่คนในครอบครัวหรือผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม การหวั่นวิตกมากจนเกินไปอาจไม่เป็นผลดีนัก สิ่งสำคัญที่ควรทำเพื่อให้ห่างไกลจาก COVID-19 คือ การมีสติและหมั่นป้องกันตนเองอย่างถูกวิธี โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ อย่างกระทรวงสาธารณสุขหรือองค์การอนามัยโลก