อะโวคาโด ฮีโร่ของสุขภาพ

หากต้องการมีสุขภาพที่ดี ลองเพิ่มอะโวคาโดให้อยู่ในเมนูโปรดของคุณดูไหม?

อะโวคาโด (Avocado)  เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก เป็นที่นิยมในแถบอเมริกาและยุโรป เพราะมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกายกว่า 20 ชนิด และมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มาก แต่บางคนอาจไม่ชอบรับประทาน เพราะมีรสจืดและมีไขมันสูง (อะโวคาโด 100 กรัม มีไขมัน 15 กรัม) แต่ในความจริงแล้ว การรับประทานอะโวคาโดนั้นไม่ได้ทำให้อ้วนหรือมีน้ำหนักตัวเพิ่ม ไขมันในอะโวคาโดก็เป็นไขมันชนิดที่ดี อีกทั้งยังมีน้ำตาลน้อยและมีไฟเบอร์สูง ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

อะโวคาโด

อะโวคาโด มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Persea Americana Mill เป็นผลไม้พื้นเมืองของประเทศเม็กซิโก ซึ่งชาวเม็กซิกันนิยมใช้เนื้ออะโวคาโดมาปรุงอาหารแทนเนย

ในประเทศไทย มีการนำอะโวคาโดมาปลูกครั้งแรกที่จังหวัดน่าน ก่อนจะกระจายไปทั่วประเทศ นิยมรับประทานกันในกลุ่มผู้รักสุขภาพ ได้มีการนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูที่น่ารับประทานอย่างหลากหลาย เช่น นำมาเป็นส่วนประกอบของซูขิ หรือแซนด์วิช ปรุงอาหารฟิวชันต่าง ๆ

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีความแปลกอยู่อย่างหนึ่ง คือ ผลจะไม่สุกที่ต้น แต่จะสุกหลังจากที่เก็บมาแล้ว จึงสามารถนำมารับประทานหรือวางขายได้

ประโยชน์ของอะโวคาโด มีดังนี้

เป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดดี

อะโวคาโดมีไขมันชนิดดี คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว (Monounsaturated fatty acids) ถึง 70% ซึ่งมีประโยชน์ต่อหลอดเลือดแดง เพราะจะช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือด เช่น โคเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอล (Low Density Lipoprotein-LDL) และไตรกลีเซอไรด์ ช่วยลดโอกาสเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบและโรคหัวใจวายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้

บำรุงระบบประสาทและสมอง

หนุ่มสาววัยทำงานที่ต้องใช้แรงกายแรงสมองในการทำงาน ควรรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำ เพราะในอะโวคาโดมีกรดโอเลอิก (Oleic acid) ซึ่งมีผลดีและมีความสำคัญต่อระบบประสาทและสมอง ช่วยบำรุงให้การทำงานของสมองมีความรวดเร็ว ไม่เมื่อยล้า แม้สมองต้องทำงานอย่างหนัก

ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

ในอะโวคาโดมีวิตามินอี ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายจากมลพิษรอบตัวทั้งจากภายในและภายนอก ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในผู้หญิงได้ เพราะในอะโวคาโดมีลูทีน (Lutien) เป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์

บำรุงและรักษาดวงตา

ในอะโวคาโด มีสารลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อสุขภาพดวงตา มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคทางดวงตาหลายชนิด ที่สำคัญคือ โรคต้อกระจก และโรคจุดรับภาพเสื่อม

มีโพแทสเซียมสูง

ในอะโวคาโด 100 กรัม จะมีโพแทสเซียมสูงถึง 14% และกล้วยจะมีโพแทสเซียมอยู่ 10% ซึ่งจากการวิจัยพบว่า หากเราได้รับโพแทสเซียมในปริมาณที่มากพอจะสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ นอกจากนั้นโพแทสเซียม ยังมีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของน้ำ กรด-ด่างในร่างกายของเราอีกด้วย

มีไฟเบอร์สูง

อะโวคาโดครึ่งลูกมีไฟเบอร์ 6-7 กรัม โดยแต่ละคนมีความต้องการไฟเบอร์ในปริมาณที่แตกต่างกันออกไป ในหนึ่งวัน ผู้หญิงควรได้รับไฟเบอร์ 25 กรัม และผู้ชายควรได้รับไฟเบอร์ 38 กรัม  รับประทานอะโวคาโดแค่ครึ่งลูกก็เกือบได้ไฟเบอร์ในปริมาณที่ต้องการในแต่ละวันแล้ว

อะโวคาโดมาพร้อมกับประโยชน์ที่เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นไปจนถึงผู้สูงอายุเลยทีเดียว และสามารถนำมาปรุงอาหารได้อย่างหลากหลายด้วยรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย