วิธีกำจัดถุงใต้ตา

ถุงใต้ตา ที่มีลักษณะเหมือนถุงหรืออาการบวมบริเวณใต้ตา แม้ไม่มีอันตรายใด ๆ แต่ปัญหาถุงใต้ตาก็สร้างความกังวลใจให้กับสาว ๆ ได้ไม่น้อย ซึ่งหากรู้สาเหตุยิ่งรักษาได้ตรงจุด

ถุงใต้ตา

ถุงใต้ตา เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ การพักผ่อนไม่เพียงพอ โรคภูมิแพ้ การระคายเคือง การรับประทานอาหารที่ก่อให้เกิดอาการบวม และอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญคือ เกิดจากความร่วงโรยของวัย เพราะเมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อ หรือกล้ามเนื้อบริเวณใต้ดวงตาจะอ่อนแอลง ไขมันและของเหลวที่อยู่โดยรอบก็จะเคลื่อนตัวมาอยู่รวมกันบริเวณเปลือกตาล่างจนมีลักษณะบวมอย่างเห็นได้ชัด

โดยปกติแล้วถุงใต้ตามักไม่เป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง แต่ถ้าถุงใต้ตาเกิดจากอาการตาบวม (Periorbital Puffiness) อันเกิดจากการติดเชื้อการอักเสบของเนื้อเยื่อบริเวณใต้ดวงตา หรือเกิดจากการแพ้ซึ่งจะทำให้มีอาการคันร่วมด้วย หรืออาจเป็นสัญญาณความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ก็เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการรักษา

วิธีรักษาถุงใต้ตา ทำได้อย่างไรบ้าง ?

ถุงใต้ตาสามารถรักษาได้หลายวิธี และอาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีทางการแพทย์เสมอไป โดยวิธีที่สามารถช่วยลดถุงใต้ตาที่กวนใจมีดังนี้

  • ลดปริมาณการบริโภคเกลือ การรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของเกลือมากเกินไปก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดถุงใต้ตาได้ เพราะเมื่อรับประทานโซเดียมเข้าไปมาก ๆ จะทำให้เกิดอาการคั่งของของเหลวภายในร่างกายได้ โดยเฉพาะบริเวณใต้ดวงตา ทำให้กลายเป็นถุงใต้ตานั่นเอง หรือถ้าหากเลี่ยงการรับประทานเกลือไม่ได้ก็ควรดื่มน้ำเปล่าตามมาก ๆ เพื่อที่ร่างกายจะได้ไม่มีโซเดียมคั่งค้าง
  • ควบคุมอาการแพ้อย่างเคร่งครัด สำหรับคนที่เป็นโรคภูมิแพ้อย่างภูมิแพ้อากาศ ถุงใต้ตามักจะมาทักทายหากเกิดอาการแพ้ ดังนั้นทางที่ดีควรควบคุมอาการแพ้อย่างเคร่งครัด ซึ่งการรับประทานยาแก้แพ้ที่มีขายทั่วไปเมื่ออาการกำเริบนั้นสามารถช่วยลดอาการแพ้ ลดน้ำมูก และทำให้ถุงใต้ตาลดลงได้
  • เปลี่ยนท่าทางในการนอน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบนอนตะแคง หรือนอนคว่ำ แล้วกำลังมีปัญหาถุงใต้ตาละก็ แค่เพียงเปลี่ยนท่านอน และหาหมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นอีกหน่อยก็จะช่วยลดปัญหาถุงใต้ตาได้ เพราะการนอนในท่าตะแคงและนอนคว่ำ แรงดึงดูดของโลกจะทำให้ของเหลวบริเวณใกล้ดวงตาไหลมาอยู่ที่ใต้ดวงตาจนกลายเป็นถุงใต้ตาอย่างที่เห็น
  • ล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนเข้านอน สาว ๆ ที่ชอบแต่งหน้า การล้างเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนนอน นอกจากจะช่วยลดสิวแล้วยังช่วยลดการเกิดถุงใต้ตาได้ เพราะการไม่ล้างเครื่องสำอางบริเวณใต้ตาให้สะอาดจะทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณผิวหนังใต้ดวงตาและบวมออกมาเป็นถุงใต้ตาได้ ทางที่ดีควรเช็ดด้วยผลิตภัณฑ์เช็ดเครื่องสำอางให้สะอาดก่อนแล้วค่อยล้างหน้า เพื่อให้ใบหน้าสะอาดหมดจดอย่างแท้จริง
  • ลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ อีกทั้งเครื่องดื่มเหล่านี้ยังดึงน้ำในร่างกายออกมาจากผิวและคั่งอยู่บริเวณผิวที่บอบบางเช่นใต้ดวงตา ฉะนั้นควรลดปริมาณการดื่มลง ดื่มแค่ในปริมาณที่เหมาะสม หากเลี่ยงไม่ได้ควรดื่มน้ำก่อนนอนและใช้ครีมบำรุงบริเวณใต้ดวงตาจะช่วยให้ถุงใต้ตาลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ป้องกันผิวหนังจากรังสียูวี รังสียูวีเป็นตัวการของผิวที่ร่วงโรยก่อนวัย อีกทั้งยังก่อให้เกิดริ้วรอย และถุงใต้ตาได้อีกด้วย ดังนั้นหากไม่อยากมีถุงใต้ตากวนใจ ควรป้องกันบริเวณใต้ตาจากรังสียูวีด้วยการทาครีมกันแดดให้ทั่วถึง สวมแว่นกันแดด สวมหมวก หรือจะกางร่มก็เป็นการป้องกันผิวบริเวณใต้ตาจากรังสีอันตรายนี้ได้
  • ลดหรือเลิกสูบบุหรี่ สารเคมีอันตรายในบุหรี่สามารถทำลายสุขภาพภายใน และภายนอกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผิวพรรณ คนที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะมีผิวที่แห้งและอ่อนแอ จึงไม่แปลกหากจะมีถุงใต้ตาเกิดขึ้นง่ายกว่าปกติ แต่ถ้าอยากจบปัญหานี้ก็ควรลดปริมาณการสูบ หรือเลิกสูบไปได้เลยยิ่งดี เท่านี้ถุงใต้ตาก็จะค่อย ๆ ลดลงพร้อมกับผิวพรรณที่จะค่อย ๆ ดูมีสุขภาพดียิ่งขึ้น
  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม หากถุงใต้ตาที่เกิด มีสาเหตุมาจากอาการบวม การประคบเย็นสามารถช่วยได้ โดยอาจใช้ช้อนที่นำไปแช่เย็นมาประคบ หรือจะใช้แตงกวาหั่นแว่น ไม่ก็ถุงชาที่เย็นแล้วประคบเพื่อลดความร้อนและอาการบวมที่ใต้ตาลง แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องความสะอาดด้วย หากสิ่งที่นำมาประคบไม่สะอาดจะทำให้ดวงตาเกิดการระคายเคืองและบวมยิ่งกว่าเดิม
  • บำรุงด้วยมาส์กหรือครีมบำรุง มีครีมบำรุง และมาส์กที่ผลิตขึ้นมาเพื่อลดปริมาณถุงใต้ตาโดยเฉพาะวางขายมากมายในท้องตลาด แต่ก็ควรระมัดระวังในการเลือกซื้อเพราะครีมบางชนิดมีสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองใต้ดวงตาได้ หากใช้โดยไม่ทดสอบการแพ้ อาจจะทำให้ใต้ดวงตายิ่งมีถุงใต้ตามากยิ่งขึ้น
นอกจากวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองแล้ว ก็ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลเร็วและช่วยให้ถุงใต้ตาหายไปได้อย่างถาวร นั่นก็คือการใช้วิธีการรักษาทางการแพทย์อย่างเช่น การผ่าตัดบริเวณเปลือกตา (Blepharoplasty) ซึ่งจะเป็นวิธีการผ่าตัดเพื่อนำเอาถุงใต้ดวงตาออกและตกแต่งดวงตาใหม่ โดยวิธีนี้จะช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตา และตกแต่งเปลือกตาที่อาจขัดขวางการมองเห็นของผู้ป่วยบางรายได้ แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ดีเสียก่อน เพราะการผ่าตัดอาจก่อให้เกิดอาการติดเชื้อ ตาแห้ง หรือกระทบต่อการมองเห็น ท่อน้ำตา หรือเกิดรูปร่างเปลือกตาที่ผิดแปลกไปจากปกติได้

จะเห็นได้ว่าถุงใต้ตาไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แถมยังสามารถหายได้เองตามธรรมชาติอีกด้วย ฉะนั้นใครที่มีปัญหาก็ไม่ต้องกังวลใจกันมากจนเกินไป ทั้งนี้หากอาการถุงใต้ตาเริ่มมีความผิดปกติเช่น มีลักษณะเหมือนอาการดวงตาบวม ก็ควรไปพบแพทย์ เพราะนั่นอาจเป็นความผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นกับสุขภาพโดยที่เราคาดไม่ถึงได้