ข้ามไปที่เนื้อหา
Pobpad
ริดสีดวง

การรักษา ริดสีดวง

อัปเดตล่าสุด 5 ก.ค. 2567

โรคริดสีดวงทวารสามารถรักษาได้หลายวิธี โดยแพทย์จะแนะนำวิธีการดูแลตนเองที่บ้านก่อนในขั้นแรกควบคู่ไปกับการใช้ยาเพื่อช่วยบรรเทาอาการปวด คัน หรือเจ็บบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร ทั้งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับชนิดของโรคริดสีดวงทวารว่าเกิดขึ้นภายในหรือภายนอก

การดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคริดสีดวงทวาร 

การดูแลตัวเองด้วยการปรับพฤติกรรมบางอย่างสามารถช่วยบรรเทาอาการจากโรคริดสีดวงทวารได้ เช่น

รับประทานอาหารที่มีกากใย

ควรรับประทานอาหารที่มีใยอาหารเพิ่มมากขึ้น เน้นการรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืช จะช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น ถ่ายออกได้ง่าย และบรรเทาอาการปวดให้ลดลงขณะถ่าย 

รับประทานยาระบาย

การรับประทานยาระบายหรือยากลุ่มที่ช่วยให้อุจจาระนิ่ม เช่น ยามิลค์ออฟแมกนีเซีย (Milk of Magnesia) หรือยาระบายแมกนีเซีย โดยตัวยาจะช่วยดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ จึงทำให้ผู้ป่วยสามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น 

แช่น้ำอุ่น

การแช่น้ำอุ่นเป็นประจำเพื่อลดอาการเจ็บปวดบริเวณทวารหนักจะช่วยบรรเทาอาการจากริดสีดวงทวารได้ โดยแช่ก้นลงในน้ำอุ่นประมาณ 10–15 นาที วันละ 2–3 ครั้ง 

ดูแลความสะอาดบริเวณที่เป็นริดสีดวงอย่างสม่ำเสมอ

ผู้ที่เป็นริดสีดวงทวารควรดูแลบริเวณที่เป็นริดสีดวงอย่างสม่ำเสมอ และพยายามไม่ให้เกิดความเปียกชื้น เมื่อต้องทำความสะอาดผิวบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร ควรใช้น้ำอุ่นหรือทิชชู่เปียกแบบไร้แอลกอฮอล์หรือน้ำหอม ซึ่งมีความอ่อนนุ่มกว่ากระดาษทิชชู่ธรรมดา

หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เกิดการระคายเคือง

หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมในการทำความสะอาด รวมถึงการใช้กระดาษทิชชู่ที่อาจสร้างความระคายเคืองได้

ประคบเย็น

หากมีอาการบวมบริเวณริดสีดวงทวาร ผู้ป่วยอาจทำการประคบเย็นร่วมด้วย

ใช้ยากลุ่มสารสกัดจากฟลาโวนอยด์

ฟลาโวนอยด์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งจะมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของหลอดเลือด จึงสามารถช่วยลดอาการอักเสบของแผลริดสีดวงได้ ตัวอย่างสารสกัดจากฟลาโวนอยด์ที่ใช้รักษาริดสีดวงทวาร เช่น สารสกัดไดออสมิน (Diosmin) 450 มิลลิกรัมผสมกับสารสกัดเฮสเพอริดิน (Hesperidin) 50 มิลลิกรัม

โดยสารสกัดดังกล่าวสามารถใช้รักษาได้ทั้งริดสีดวงชนิดเรื้อรังและริดสีดวงชนิดเฉียบพลัน แต่จะมีระยะเวลาในการใช้แตกต่างกันออกไปตามความรุนแรงของอาการ ซึ่งแพทย์หรือเภสัชกรจะแนะนำก่อนการใช้ และอาจแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีใยอาหารร่วมด้วย เพื่อช่วยให้หลอดเลือดกลับมาเป็นปกติได้เร็วขึ้น โดยมีตัวอย่างคำแนะนำในการใช้สารสกัดมีดังนี้

  • ริดสีดวงชนิดเรื้อรัง

ผู้ที่มีอาการริดสีดวงชนิดเรื้อรังให้รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง พร้อมมื้ออาหาร

  • ริดสีดวงชนิดเฉียบพลัน

ผู้ที่มีอาการริดสีดวงชนิดเฉียบพลันให้รับประทานยาครั้งละ 3 เม็ด วันละ 2 ครั้งพร้อมมื้ออาหารในช่วง 4 วันแรก จากนั้นรับประทานยาครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง พร้อมมื้ออาหารต่อไปเป็นเวลา 3 วัน และสุดท้ายให้รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2 ครั้งพร้อมมื้ออาหาร

การรักษาริดสีดวงทวารทางการแพทย์

วิธีการรักษาริดสีดวงทวารทางการแพทย์ มีดังนี้

การใช้ยารักษาริดสีดวงทวาร

การใช้ยาเป็นการรักษาควบคู่ไปกับการดูแลตนเอง โดยรับประทานยาในกลุ่มยาแก้ปวด เช่น ยาอะเซตามีโนเฟน (Acetaminophen) หรือยาไอบูโปรเฟน (Ibuprofen) เพื่อบรรเทาอาการปวดหรือคันหรือให้ทุเลาลง 

นอกจากนี้ยังมียาทาในรูปแบบครีมหรือยาเหน็บทวาร ซึ่งจะมีส่วนผสมของยาไฮโดรคอร์ติโซน (Hydrocortisone) หรือยาชาที่มีคุณสมบัติในการบรรเทาอาการปวดและคันได้เป็นอย่างดี แต่ควรระวังการใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์นานเกินกว่า 1 สัปดาห์โดยไม่จำเป็น ยกเว้นในกรณีที่แพทย์สั่งเท่านั้น เพราะตัวยาอาจส่งผลให้ผิวบางลงได้

การใช้ยางรัด (Rubber Band Ligation) 

การใช้ยางรัดเป็นวิธีรักษาโรคริดสีดวงชนิดภายในที่มีเลือดออกในระดับไม่รุนแรง โดยแพทย์จะใช้ยางเล็ก ๆ รัดรอบฐานของริดสีดวงทวารเพื่อตัดการไหลเวียนของเลือดบริเวณนั้น ทำให้ริดสีดวงทวารเกิดการฝ่อและแห้งภายใน 1 สัปดาห์ แต่อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดเลือดออกหรือภาวะแทรกซ้อนอื่นได้

การฉีดยา (Sclerotherapy) 

การฉีดยาจะเป็นการฉีดสารละลายเข้าในเส้นเลือดบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวาร เพื่อให้หลอดเลือดเกิดการตีบและหดตัวกลับเข้าไป อาจก่อให้เกิดอาการปวดเล็กน้อยขณะฉีดยา

การจี้ริดสีดวงทวาร 

การจี้ริดสีดวงทวารด้วยเลเซอร์ อินฟราเรด หรือเครื่องจี้ไฟฟ้า (Bipolar Coagulation) เป็นวิธีเฉพาะที่ใช้รักษาริดสีดวงทวารชนิดภายในที่มีขนาดเล็กและเลือดออกโดยการใช้ความร้อนหรือเลเซอร์จี้ไปที่หัวริดสีดวงทวาร ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพในการรักษา  

การผ่าตัด 

การผ่าตัดเป็นวิธีใช้การรักษาโรคริดสีดวงทวารที่อยู่ในระยะรุนแรง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 วิธี คือ

  • การผ่าตัดเอาริดสีดวงออก (Hemorrhoidectomy) เป็นวิธีการผ่าตัดแบบดั้งเดิมที่แพทย์จะผ่าเพื่อเลาะเอาเนื้อเยื่อบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวารออก เป็นวิธีที่ให้ผลการรักษาได้ดีและมีโอกาสในการกลับมาเป็นซ้ำน้อย แต่อาจมีผลข้างเคียง อาจทำให้ปัสสาวะไม่ออกแล้วเกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้ 
  • การผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือเย็บติด (Stapled Hemorrhoidectomy/Stapled Hemorrhoidopexy) เป็นการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือคล้ายเครื่องยิงลวดในการตัด เย็บ และผูกหัวริดสีดวง ซึ่งจะเป็นการปิดกั้นเลือดที่จะไปเลี้ยงบริเวณที่เป็นริดสีดวงทวารจนให้เกิดการฝ่อและหลุดไป เหมาะสำหรับการรักษาริดสีดวงทวารชนิดภายในเท่านั้น

หัวข้อสนทนาที่เกี่ยวข้อง

เป็นริดสีดวงภายนอก กินยารักษาอยู่ และแช่น้ำอุ่น อาการเจ็บดีขึ้น จะหยุดกินยาเลยได้ไหม จะไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิดได้ไหมได้ไหม

โดย nutpafc

ผมเป็นริดสีดวงภายนอก วันนี้วันที่5ครับ กินยาตั้งแต่วันที่3 อาการดีขึ้นเรื่อยๆครับจากที่เจ็บจนมีปัญหาในการใช้ชีวิต ตอนนี้เหลือแค่การระคายเคือง มีการแช่น้ำอุ่นวันละ3-4ครั้ง กินกากใย…

  • 1 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เจ็บและแสบเวลาถ่ายอุจจาระ มีเลือดไหลปนออกมา ใช่ริดสีดวงทวารไหม ไปรักษา ทานยาแต่ไม่หายขาด ควรทำอย่างไร

โดย aof000

สวัสดีครับ คุณหมอ มีเรื่องจะปรึกษาคุณหมอถึงอาการที่เป็นอยู่ครับ อาการคือ เวลาถ่าย รู้สึกเจ็บแระแสบเวลาถ่าย มีเลือดไหลออก เวลาขับถ่าย ไปพบหมอมาแล้วได้ยามาทาน ทานช่วงแรก…

  • 2 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี
  • คำตอบโดยแพทย์

เป็นริดสีดวงมาเป็นปี ไม่ปวด ไม่มีเลือดไหล ปล่อยไว้จะอันตรายไหม ถ้ากินยา จะยุบลงไหม

โดย npswry

คือเป็นริดสีดวงมาเป็นปีแต่ไม่มีอาการปวด หรือเลือดไหลค่ะ ถ้าปล่อยไว้จะเป็นอันตรายมากไหมคะ แล้วถ้าซื้อยามารับประทานติ่งจะยุบลงได้ไหมคะ

  • 0 ตอบ
  • มากกว่า 4 ปี

เพิ่มเติม