ฟิลเลอร์ รู้พร้อมก่อนตัดสินใจฉีด

ฟิลเลอร์ (Filler) หรือสารเติมเต็มที่ใช้ฉีดเข้าสู่ผิวหนัง เป็นการรักษาทางความงามเพื่อให้ผิวเรียบเต่งตึงขึ้น โดยมักฉีดเพื่อลบริ้วรอยเหี่ยวย่นต่าง ๆ บนใบหน้า ร่องแก้ม รักษาแผลเป็นจากสิว หรืออาจฉีดที่ปากเพื่อให้ริมฝีปากอวบอิ่ม นอกจากนี้จะใช้ช่วยลดความเหี่ยวย่นบริเวณหลังมือก็ได้

ฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์มีกี่ประเภท

สารที่นำมาใช้ทำฟิลเลอร์ฉีดเข้าสู่ผิวหนังนั้นมีหลากหลายประเภท บางประเภทให้ผลลัพธ์ยาวนาน และบางประเภทก็ให้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราวหากทำจากสารที่ร่างกายสามารถค่อย ๆ ดูดซึมออกไปได้ ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ดังนี้

ฟิลเลอร์ที่ร่างกายดูดซึมได้

กรดไฮยาลูโรนิก เป็นน้ำตาลชนิดหนึ่งที่พบได้ตามเนื้อเยื่อในร่างกาย เช่น ในผิวหนังและตามกระดูกอ่อน สารชนิดนี้จะสามารถจับตัวกับน้ำและพองขึ้นเป็นเจล ส่งผลให้ผิวหนังเต่งตึงขึ้นไปด้วย ฟิลเลอร์กรดไฮยาลูโรนิกอาจผลิตขึ้นมาจากการหมักแบคทีเรียหรือหงอนของไก่ และอาจมีการใช้กระบวนการทางเคมีเพื่อยืดระยะเวลาให้อยู่ในร่างกายได้ยาวนานขึ้น โดยจะมีอายุประมาณ 6-12 เดือน ปัจจุบันยังเป็นฟิลเลอร์ชนิดเดียวที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยรับรองให้ใช้ได้อย่างปลอดภัย

คอลลาเจน เป็นสารจากโปรตีนชนิดหนึ่งที่อาจผลิตจากเซลล์ของวัวหรือเซลล์ในร่างกายคนเรา โดยโปรตีนชนิดนี้สามารถพบได้มากตามผิวหนัง รวมถึงเนื้อเยื่อส่วนอื่น ๆ ในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ ผลลัพธ์จากการฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้จะคงอยู่ 3-4 เดือน ซึ่งเป็นระยะเวลาที่สั้นที่สุดเมื่อเทียบกับฟิลเลอร์ชนิดอื่น

แคลเซียม ไฮดรอกซิลอะพาไทต์ แร่ธาตุชนิดนี้พบได้ทั่วไปในกระดูกและฟันของคนเราได้เช่นกัน เมื่อนำมาผลิตเป็นฟิลเลอร์ฉีดเข้าร่างกาย จะอยู่ในรูปของสารละลายคล้ายเจล และสามารถคงผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 18 เดือน

กรดโพลี แอล แลคติก (PLLA) สารโพลิเมอร์ที่มนุษย์สร้างขึ้น มีความสามารถในการย่อยสลายทางชีวภาพและเข้ากันได้กับเนื้อเยื่อในร่างกาย จึงมักนำมาใช้เป็นวัสดุเย็บแผลที่ละลายได้หรือใช้ดามกระดูกที่หัก การฉีดฟิลเลอร์จากสารชนิดนี้จะต้องฉีดซ้ำเป็นระยะเวลาหลายเดือน และผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นชัดขึ้นในแต่ละครั้ง โดยสามารถคงอยู่ในร่างกายได้นานถึง 2 ปี

สารฟิลเลอร์จากร่างกายคนไข้ การฉีดฟิลเลอร์ชนิดนี้มักใช้ไขมันในร่างกายของคนไข้เองมาฉีดเติมเต็ม อาจนำมาจากบริเวณต้นขา สะโพก หรือหน้าท้อง และจะมีกระบวนการ 2 ขั้นตอน คือการนำไขมันออกมา และฉีดไขมันเข้าไปยังส่วนที่ต้องการรักษา สามารถทำได้ในคราวเดียวกัน เพียงแต่ขั้นตอนการกลั่นไขมันที่จะทำในห้องปฏิบัติการอาจต้องใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งผลลัพธ์ของการใช้ฟิลเลอร์จากไขมันตัวเองจะเป็นแบบกึ่งถาวร แต่อาจต้องมีการฉีดหลายครั้งในช่วงแรก

นอกจากไขมันแล้ว เลือดของตัวผู้เข้ารับการรักษาเองก็ใช้ได้ โดยจะใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นจากแขนแล้วฉีดกลับเข้าไปยังใบหน้าส่วนที่ต้องการรักษา ซึ่งเกล็ดเลือดเข้มข้นนี้จะให้ผลลัพธ์ยาวนาน 12-18 เดือน

ฟิลเลอร์ที่ร่างกายไม่สามารถดูดซึม

พอลิเมธิลเมธาคริเลต (PMMA) เป็นสารสังเคราะห์เช่นเดียวกับ PLLA โดยเข้ากับเนื้อเยื่อในร่างกายได้ แต่จะไม่ย่อยสลายไป สารนี้ยังถูกนำมาใช้เป็นวัสดุช่วยรักษาทางการแพทย์ เช่น ซีเมนต์กระดูก หรือเลนส์แก้วตาเทียม ในการใช้ฉีดเข้าร่างกาย สารนี้จะถูกทำให้อยู่ในรูปของสารละลายคล้ายเจล และมีการผสมคอลลาเจนจากวัวเข้าไปด้วย

ข้อจำกัดของการฉีดฟิลเลอร์

เช่นเดียวกับการรักษาทางศัลยกรรมทั้งหลาย ผู้ที่จะเข้ารับการฉีดฟิลเลอร์ควรมีสุขภาพแข็งแรง ไม่สูบบุหรี่ และมีวุฒิภาวะพอที่จะเข้าใจถึงผลลัพธ์ที่อาจไม่เป็นตามปรารถนา รวมถึงความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามมา

ทั้งนี้ ใช่ว่าคนไข้จะสามารถฉีดฟิลเลอร์ชนิดใดก็ได้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจะต้องประเมินถึงความเหมาะสมของชนิดฟิลเลอร์ที่ควรนำมาใช้ เพื่อประสิทธิภาพของการรักษาและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนให้น้อยที่สุด

สำหรับความเหมาะสมของการใช้ฟิลเลอร์แต่ละชนิด องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้ฉีดฟิลเลอร์ชนิดชั่วคราวที่ดูดซึมได้เพื่อการลดรอยเหี่ยวย่นและรอยพับของผิวที่รุนแรง โดยสามารถฉีดเติมริมฝีปาก เติมแก้ม และแก้ไขมือที่เหี่ยวย่นในคนไข้อายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป ส่วนฟิลเลอร์ชนิดถาวรจะใช้ในการฉีดลดรอยร่องแก้มข้างจมูกเท่านั้น นอกจากนี้ฟิลเลอร์บางชนิดอาจนำมาใช้รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาไขมันบนใบหน้ากระจายตัวผิดปกติอย่างผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การฉีดฟิลเลอร์นี้มีข้อห้ามไม่ให้นำมาใช้เสริมหน้าอก เสริมสะโพก แต่งรูปเท้าให้เต็ม หรือฉีดเข้ากระดูก เอ็นกล้ามเนื้อ หรือกล้ามเนื้อเด็ดขาด และต้องได้รับการฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะหากฉีดผิดตำแหน่ง สารฟิลเลอร์อาจเข้าไปยังเส้นเลือดจนเกิดการอุดตันของหลอดเลือดจนเนื้อบริเวณนั้นตายหรือถึงขั้นทำให้ตาบอด นอกจากนี้ผู้ที่ลักลอบฉีดแบบผิดกฎหมายบางรายยังอาจนำฟิลเลอร์ปลอมมาใช้ ซึ่งถือเป็นข้อห้ามและมีอันตรายมาก

ข้อควรระวังในการฉีดฟิลเลอร์

ผู้ที่มีภาวะต่อไปนี้อยู่ในกลุ่มระวัง และไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

  • ผิวหนังมีการอักเสบหรือติดเชื้อที่อาจเกิดจากถุงน้ำ สิว ผื่น ลมพิษหรืออื่น ๆ ควรชะลอการฉีดไว้จนกว่าอาการอักเสบเหล่านี้จะได้รับการรักษา
  • มีปัญหาเลือดออกมาก
  • มีอาการแพ้อย่างรุนแรงหรือเคยมีประวัติเกิดอาการแพ้อย่างเฉียบพลัน
  • ผู้ที่แแพ้สารประกอบใด ๆ ที่เป็นส่วนผสมในฟิลเลอร์ควรหลีกเลี่ยงการฉีดสารชนิดนั้น ๆ เช่นแพ้คอลลาเจนหรือไข่ แพ้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ แพ้สารลิโดเคน แพ้แบคทีเรีย
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหลอดเลือด ข้อต่อ หรือเส้นเอ็นที่ส่งผลกระทบกับมือ ในกรณีที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์บริเวณมือ
เตรียมพร้อมก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์

ก่อนการรักษาด้วยฟิลเลอร์ ควรเตรียมพร้อมและศึกษาข้อมูลประกอบการตัดสินใจต่อไปนี้

  • ควรเลือกแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและศัลยกรรมความงาม โดยมีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์และเลือกคลินิกที่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลจากสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ
  • หาข้อมูลเกี่ยวกับฟิลเลอร์ชนิดต่าง ๆ ศึกษาข้อดีข้อเสีย และพูดคุยกับแพทย์ถึงความคาดหวังต่อผลการรักษา เพื่อให้แพทย์เลือกการฉีดที่จะออกมาตรงตามที่ต้องการได้มากที่สุด นอกจากนี้ แพทย์จะอธิบายและทำความเข้าใจถึงข้อจำกัดของผลลัพธ์ให้กับคนไข้ โดยความสำเร็จในการฉีดก็ขึ้นอยู่กับสุขภาพผิว ความชำนาญของแพทย์ รวมถึงจำนวน ชนิดของฟิลเลอร์ และบริเวณที่ฉีดด้วย ทั้งนี้คนไข้สามารถพูดคุยถึงความกังวลใจ และรับการฉีดเพิ่มเติม หากผลการรักษายังไม่เป็นที่น่าพอใจ
  • ศึกษาข้อมูลของฟิลเลอร์ชนิดนั้น ๆ ที่แพทย์จะใช้ฉีด และตรวจสอบว่าได้รับการอนุญาตให้ฉีดหรือไม่ โดยควรสอบถามจากแพทย์ให้แน่ใจ
  • พูดคุยปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการฉีดที่เหมาะสม รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์

ประเมินใบหน้าและวางแผน แพทย์จะประเมินดูลักษณะและสีผิวบนใบหน้า รวมถึงตรวจดูบริเวณที่จะทำการฉีดฟิลเลอร์ อาจมีการทำเครื่องหมายการฉีดฟิลเลอร์แต่ละเข็ม แต่ละจุดบนใบหน้า รวมทั้งอาจถ่ายภาพใบหน้าบริเวณที่จะทำการรักษาด้วยฟิลเลอร์

ทำความสะอาดและใช้ยาระงับความรู้สึก ขั้นตอนของการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียเช็ดทำความสะอาด จากนั้นอาจใช้อุปกรณ์เย็นจัด ครีม หรือยาระงับความรู้สึกช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ การฉีดแต่ละเข็มมักใช้เวลาเพียงไม่นาน มีการนวดและประเมินผลการตรวจไปพร้อม ๆ กัน และเพิ่มเข็มการฉีดฟิลเลอร์ตามเห็นสมควร

การทำความสะอาดแผลและพักฟื้น เมื่อแพทย์เห็นว่าผลลัพธ์ของการรักษาเป็นที่พอใจแล้ว จึงลบเครื่องหมายที่ทำไว้ก่อนการฉีดรักษาออก และอาจใช้น้ำแข็งประคบเพื่อลดอาการบวมและบรรเทาความรู้สึกไม่สบายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วย ผิวหนังบริเวณดังกล่าวอาจมีการฟกช้ำอยู่สัก 1-2 วัน แต่ก็จะไม่เจ็บปวดมาก

เมื่อกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ผู้ป่วยอาจใช้น้ำแข็งประคบบริเวณดังกล่าว โดยอาการจะดีขึ้นได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือเพียง 2-3 วันเท่านั้น ส่วนผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์โดยการใช้ไขมันจากร่างกายของตนเองจะใช้เวลาฟื้นตัวหลังการรักษานานกว่า โดนใช้เวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ ในระหว่างนี้แพทย์ยังอาจแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มร้อน ๆ รวมทั้งการเผชิญแสงแดด

ทั้งนี้หากผู้ป่วยรู้สึกไม่พอใจกับผลลัพธ์การฉีดหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงใด ๆ ควรไปพบแพทย์ที่ทำการรักษาเพื่อให้ตรวจดูความผิดปกติที่เกิดขึ้น

ความเสี่ยงของการฉีดฟิลเลอร์

ภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของการฉีดรักษาและประเภทของฟิลเลอร์ที่ใช้ ซึ่งฟิลเลอร์ชนิดถาวรนั้นจะมีความเสี่ยงสูงที่สุดและแพทย์บางคนอาจหลีกเลี่ยงที่จะเลือกนำมาฉีดให้คนไข้

ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย ได้แก่ เกิดผื่นแดง บวม คัน มีรอยฟกช้ำ และอาการเจ็บ ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยรองลงมา มีดังนี้

  • สารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์เคลื่อนตัวไปจากบริเวณที่ต้องทำการรักษาหลายต่อหลายครั้ง
  • มีก้อนเกิดขึ้นใต้ผิวหนัง และต้องรักษาด้วยการผ่าตัด
  • เลือดอุดกั้นในปอด
  • เกิดการติดเชื้อ
  • เจ็บบริเวณที่ถูกฉีด
  • อาการแพ้
  • เกิดแผลเปิดหรือแผลที่มีเลือดออก
  • สารฟิลเลอร์ไปขัดขวางหลอดเลือด อาจส่งผลให้เนื้อเยื่อตาย ตาบอดถาวร หรือเกิดโรคลิ่มเลือดอุดกั้นในปอด