ทำความรู้จักโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019 และวิธีป้องกันอย่างถูกวิธี

โคโรนาไวรัส (Coronavirus) เป็นกลุ่มไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในจมูก ไซนัส และคอส่วนบน แม้สายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายแก่ร่างกาย แต่บางชนิดก็อาจก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต อย่างโรคเมอร์ส โรคซาร์ส โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง และล่าสุดพบการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19: Coronavirus Disease 2019) ที่กำลังสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วโลก 

ไวรัสโคโรนาถูกค้นพบครั้งแรกในช่วงปี พ.ศ. 2503 (ค.ศ.1960) ซึ่งเชื้อชนิดนี้สามารถติดเชื้อได้ทั้งในสัตว์และในคน และแพร่จากสัตว์สู่คนได้ โดยทั่วไปเราสามารถรับเชื้อไวรัสโคโรนาเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น 

  • การหายใจเอาเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายในอากาศผ่านการไอหรือจามของผู้ติดเชื้อ 
  • การสัมผัสสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูกและน้ำลายของผู้ติดเชื้อ
  • การสัมผัสกับสิ่งของต่าง ๆ ที่เคยปนเปื้อนเชื้อไวรัสมาก่อน 

สำหรับการระบาดของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 นั้นไม่เคยมีการพบเชื้อนี้ในคนมาก่อน ซึ่งมีต้นตอมาจากเมืองอู่ฮั่นในประเทศจีน โดยล่าสุดพบผู้ป่วยในอีกหลายประเทศด้วยกัน เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยตามข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผย ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ว่ามีผู้ป่วยยืนยันการติดเชื้อไวรัสจำนวน 25 ราย รักษาหายและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านแล้ว 8 ราย แต่ยังไม่มีผู้ป่วยรายใดเสียชีวิตและมีอาการที่รุนแรง  

ไวรัสโคโรนา

อาการของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา

โดยทั่วไป อาการของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ตามนิยามเฝ้าระวังโรคมักปรากฏออกมาภายใน 2-14 วัน หลังรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย และจะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในผู้ป่วยแต่ละคน โดยอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยไปถึงอาการรุนแรงมากจนก่อให้เกิดการเสียชีวิตในที่สุด แต่บางรายอาจไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมาเลยก็ได้ ซึ่งอาการหลัก ๆ ของการติดเชื้อไวรัสโคโรนาจะประกอบด้วยอาการไอ มีไข้ และหายใจเหนื่อย 

ทั้งนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ ไม่ว่าจะเป็นปวดกล้ามเนื้อ รู้สึกสับสน ปวดศีรษะ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เจ็บหน้าอก ท้องเสีย คลื่นไส้ และอาเจียน อีกทั้งยังอาจเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว เช่น กลุ่มอาการหายใจลำบากเฉียบพลัน ภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน ไตวายเฉียบพลัน ภาวะช็อกเหตุติดเชื้อในกระแสเลือด หรือภาวะปอดอักเสบจากการติดเชื้อจากการใช้เครื่องช่วยหายใจ เป็นต้น

ในกรณีที่สงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือเคยไปประเทศจีนในช่วง 14 วัน ก่อนหน้าแล้วมีอาการไอ มีไข้ หรือหายใจลำบาก ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์และควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ร่วมด้วย

  • แจ้งให้แพทย์หรือสถานพยาบาลว่าตนเองอาจติดเชื้อไวรัสโคโรนา เพื่อผู้ให้บริการทางการแพทย์ดำเนินการดูแล รักษา และป้องกันตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
  • ควรอยู่แต่ในบ้านหรือที่พักอาศัยและแยกตัวเองออกมาจากคนในครอบครัว อีกทั้งควรหยุดงาน หยุดเรียน และงดการออกไปตามสถานที่ต่าง ๆ ยกเว้นสถานพยาบาล รวมถึงงดใช้รถสาธารณะเพื่อลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ผู้ป่วยควรสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ร่วมกับผู้อื่นหรือเดินทางไปยังสถานพยาบาล หากตัวผู้ป่วยไม่สามารถใส่หน้ากากอนามัยได้ คนรอบข้างผู้ป่วยควรใส่หน้ากากอนามัยแทน
  • หากมีอาการไอหรือจาม ควรปิดปากและจมูกด้วยผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชู่เสมอ หากไม่มีอุปกรณ์ดังกล่าวติดตัวให้ไอหรือจามใส่ข้อพับแขนหรือข้อศอกแทน หลังจากไอหรือจามทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด ส่วนกระดาษทิชชู่ที่ใช้แล้วควรทิ้งถังขยะที่มีฝาปิดให้เรียบร้อย
  • ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที หรือใช้เจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60 เปอร์เซ็นต์เป็นประจำ เพื่อไม่ให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายไปสู่ผู้อื่น

ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา

ท่ามกลางความหวั่นวิตกเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสโคโรนา เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงมีคำถามและความสงสัยเกี่ยวกับไวรัสชนิดนี้เกิดขึ้นมากมาย เพื่อสร้างความเข้าใจและลดความวิตกกังวลให้น้อยลง ลองมาหาคำตอบของคำถามที่หลายคนมักสนใจกันดีกว่า

สัตว์เลี้ยงสามารถแพร่เชื้อไวรัสโคโรนาสู่เจ้าของได้หรือไม่

แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าสัตว์เลี้ยงภายในบ้านอย่างสุนัขหรือแมวสามารถติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ได้หรือไม่ แต่เจ้าของก็ควรล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงของตน เนื่องจากการรักษาความสะอาดจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคชนิดอื่น ๆ ที่สามารถแพร่จากสัตว์สู่คนอย่างอีโคไล (E. Coli) หรือซาลโมเนลลา (Salmonella) ได้

สั่งพัสดุมาจากประเทศจีนเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่

จากการวิเคราะห์ที่ผ่านมาเชื้อไวรัสโคโรนาไม่สามารถมีชีวิตได้นานเมื่ออยู่บนสิ่งของ อย่างจดหมายหรือพัสดุ และผลงานวิจัยล่าสุดเผยว่า เชื้อไวรัสสายพันธุ์ต่าง ๆ ในกลุ่มโคโรนาอาจมีชีวิตอยู่นอกร่างกายคนและปนเปื้อนบนพื้นผิวของสิ่งของได้นานสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 9 วัน อย่างไรก็ตาม หากเชื้อไวรัสอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงประมาณ 30-40 องศาเซลเซียส ก็อาจมีชีวิตสั้นลงกว่าค่าเฉลี่ยด้วย ข้อมูลล่าสุดจากองค์การอนามัยโลก วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 ระบุว่าการสั่งพัสดุ จดหมาย หรือสิ่งของใด ๆ จากประเทศจีนไม่ก่อให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย สำหรับผู้ที่มีความกังวลใจหากต้องรับสิ่งของทางไปรษณีย์จากประเทศจีนก็สามารถเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อโรคทั่วไปก่อนเปิดหรือแกะพัสดุได้ เพราะเชื้อไวรัสชนิดนี้ถูกทำลายได้ง่าย

ไวรัสโคโรนาส่งผลต่อผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอเท่านั้นใช่หรือไม่

เราสามารถติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ได้ทุกคน เพียงแต่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ อย่างโรคหอบหืด โรคเบาหวานและโรคหัวใจ อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสอย่างรุนแรงมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ตามควรดูแลสุขอนามัยส่วนตัวให้ดี เพื่อป้องกันการติดเชื้อให้ได้มากที่สุด

มียาปฏิชีวนะที่ช่วยป้องกันและรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือไม่

ยาปฏิชีวนะป็นยาที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้ ยาดังกล่าวจึงรักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้ผล ทั้งนี้ แพทย์อาจจ่ายยาปฏิชีวนะให้กับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล เพราะอาจติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วยได้

มียารักษาการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโดยตรงหรือไม่

เนื่องจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 เป็นไวรัสที่เพิ่งค้นพบในคน จึงยังไม่มียารักษาหรือวัคซีนป้องกันการติดเชื้อชนิดนี้โดยเฉพาะ โดยสูตรของยาต้านไวรัสยังคงอยู่ขั้นตอนของการคิดค้นและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัยกับผู้ป่วยมากที่สุด แต่พบแนวโน้มในการรักษาด้วยการให้ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ร่วมกับยาต้านไวรัสเอดส์ในผู้ป่วยอาการค่อนข้างรุนแรงแล้วพบว่ามีอาการดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสต้องรับการรักษาและบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดภายในโรงพยาบาล  

วิธีป้องกันตนเองจากไวรัสโคโรนา

ในเบื้องต้นไวรัสโคโรนาป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและระมัดระวังตนเองอยู่เสมอโดยควรปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อลดการรับเชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกายให้ได้มากที่สุด ดังนี้

  • หมั่นล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ครั้งละประมาณ 15 วินาที ในกรณีที่ไม่สะดวกล้างด้วยน้ำและสบู่สามารถใช้เป็นแอลกอฮอล์หรือเจลแอลกอฮอล์ล้างมือครั้งละประมาณ 15-20 วินาที 
  • ไม่นำมือมาสัมผัสดวงตา จมูก ปาก เพราะเชื้ออาจปนเปื้อนอยู่ที่มือและเข้าสู่ร่างกายได้
  • ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อย่างแก้วน้ำหรือผ้าเช็ดตัว เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่ร่างกายได้จากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและดูแลร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการไปตลาดค้าสัตว์ การสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับสัตว์ โดยเฉพาะสัตว์ที่ป่วยหรือตาย
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ ไม่นำสัตว์ที่ป่วยหรือตายมาประกอบอาหารหรือรับประทานสด ๆ และในระหว่างการประกอบอาหารก็ไม่ควรใช้มีดหรือเขียงอันเดียวกันสำหรับเนื้อสัตว์ดิบและอาหารปรุงสุก 
  • หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด บริเวณที่มีมลภาวะในปริมาณมาก และการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ไอหรือจาม หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวมใส่หน้ากากอนามัยอยู่เสมอ โดยให้ด้านสีเข้มอยู่ด้านนอก คลุมให้ปิดจมูก ปากและคาง และกดลวดด้านบนให้แนบสนิทกับสันจมูก ผู้ใช้ควรเปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน หลังใช้เสร็จควรทิ้งในถังขยะที่มีฝาปิด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ตามคำประกาศของทางรัฐบาลจีน
  • หากมีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก หรือหายใจเหนื่อยหอบภายใน 14 วัน หลังกลับมาจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ให้ผู้ป่วยสวมหน้ากากอนามัยและไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันที โดยแจ้งรายละเอียดหรือประวัติการเดินทาง เพื่อให้การวินิจฉัยเป็นไปอย่างถูกต้องและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

อย่างไรก็ตาม บุคคลบางกลุ่มอาจเสี่ยงต่อการรับเชื้อมากกว่าปกติจึงควรระมัดระวังตนเองมากเป็นพิเศษ เช่น ผู้ที่มีโรคประจำตัว คนงานในโรงฆ่าสัตว์ สัตวแพทย์ที่ดูแลสัตว์และตรวจอาหารในตลาด พนักงานในตลาดค้าสัตว์ ผู้ที่คลุกคลีอยู่กับสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นต้น

สุดท้ายนี้ เนื่องจากข้อมูลของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในปัจจุบันยังมีจำกัด อีกทั้งยังมีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมองค์ความรู้ใหม่อยู่เรื่อย ๆ ประชาชนจึงควรติดตามข่าวสารที่ถูกต้องจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้อย่างกระทรวงสาธารณสุข องค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) หรือแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่เป็นเท็จและสร้างความหวั่นวิตกให้แก่สังคม หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือพบบุคคลเข่าข่ายติดเชื้อสามารถสอบถามหรือแจ้งสายด่วนกรมควบคุมโรคที่เบอร์ 1422 ได้ทันที