
Aug 16, 2020 at 10:46 AM

Aug 16, 2020 at 10:46 AM

Aug 16, 2020 at 11:12 AM
สวัสดีค่ะ คุณ Marisa Mokmongkhon,
หากแผลที่เกิดบริเวณอวัยวะเพศ เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ ก็น่าจะเกิดจากการบาดเจ็บ ซึ่งอาจเกิดจากฝ่ายหญิงมีน้ำหล่อลื่นน้อย ไม่มีอารณ์ร่วมหรืออวัยวะเพศชายมีขนาดที่ใหญ่เกินไป ซึ่งแผลที่เกิดขึ้นนั้น จะสามารถหายได้เอง เพียงแต่ควรงดการมีเพศสัมพันธ์ไปก่อนชั่วคราวจนกว่าแผลจะหายค่ะ แต่หากแผลเป็นมานานเกิน 1 สัปดาห์แล้ว ยังไม่หายไป ก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อรักษาค่ะ
แต่หากแผลที่เกิดขึ้น เกิดหลังจากที่มีเพศสัมพันธ์ไปแล้วหลายวัน ก็จะไม่ใช่แผลที่เกิดจากการบาดเจ็บ แต่เกิดจากการติดโรคทางเพศสัมพันธ์ต่างๆ เช่น เริม ซิฟิลิส แผลริมอ่อน เป็นต้น ซึ่งก็ควรไปพบสูติ-นรีแพทย์เพื่อรักษา โดยควรไปทั้ง 2 ฝ่ายค่ะ
สำหรับอาการคันอวัยวะเพศ อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- การที่มีแผลฉีกของเยื่อบุช่องคลอดหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งในกระบวนการหายของแผลจะเกิดอาการคันได้
- การติดเชื้อรา มักจะเห็นเป็นผื่นสีแดง หรือผิวหนังมีการบวมลอก หากมีการติดเชื้อราในช่องคลอดร่วมด้วย ก็จะมีตกขาวที่ผิดปกติร่วมด้วย
- การแพ้สัมผัส เช่น อาจแพ้ผงซักฟอก หรือน้ำยาที่ใช้ซักกางเกงใน แพ้น้ำยาปรับผ้านุ่ม แพ้ผ้าอนามัย แพ้แป้งที่นำมาทาบริเวณอวัยวะเพศภายนอก แพ้ถุงยางอนามัย รวมถึงแพ้เจลหล่อลื่นก็ได้
- การเปียกชื้นบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ชุดชั้นในรัดมากเกินไป ไม่ระบายอากาศ หรือเหงื่อออกมาก
ในเบื้องต้น หากสังเกตว่า หลังใช้เจลหล่อลื่นแล้วเกิดจะเกิดอาการคัน ก็ให้งดการใช้ไปก่อน รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้สิ่งต่างๆ ที่อาจระคายเคืองอวัยวะเพศ เช่น ไม่ใช้น้ำยาล้างอวัยวะเพศ เวลาซักกางเกงใน ต้องซักผงซักฟอกออกให้หมด เป็นต้น และอย่าให้อวัยวะเพศเปียกชื้น ใส่กางเกงและกางเกงชั้นในที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป หากยังคงมีอาการคันไม่หายไป ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อรักษาค่ะ