ถามแพทย์

  • อ้วนมาก ยากผอมมากเบี่ออาหาร

  •  Tepsouda Siphonepaseurt
    สมาชิก
    อยากผอมสวยๆๆ

    สวัสดีค่ะ คุณ Tepsouda Siphonepaseurt,

                       หากคำนวณหาค่าดัชนีมวลกาย หรือ BMI (น้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง) ได้ค่า BMI ตั้งแต่ 23 ขึ้นไป แปลว่ามีน้ำหนักเกิน หากมีค่าตั้งแต่ 25 ขึ้นไป แปลว่ามีโรคอ้วน หากเกิน 30 จะถือว่าอ้วนมาก หากคำนวณได่มากกว่า 30 แนะนำต้องไปโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์เฉพาะทางในการลดน้ำหนักและรักษาโรคร่วม เนื่องจากต้องอาศัยแพทย์หลายด้านช่วยดูแล ได้แก่ ทางด้านโภชนาการ เพื่อแพทย์จะได้แนะนำสัดส่วนและชนิดอาหารที่เหมาะสมกับเรา แพทย์ทางระบบต่อมไร้ท่อ ซึ่งในบางรายอาจเกิดจากระบบฮอร์โมนผิดปกติ แพทย์ก็จะได้ให้ยารักษาร่วมไปด้วย แพทย์ทางกายภาพบำบัด เพื่อดูแลการเตลื่อนไหวและข้อต่อของเราไม่ให้เกิดปัญหาเนื่องจากการรับน้ำหนักที่มากเกินไป  นอกจากนี้ อาจต้องอาศัยศัลยแพทย์เพื่อใช้วิธีผ่าตัดเข้าช่วยร่วมด้วย รวมไปถึงจิตแพทย์ด้วยค่ะ เนื่องจากบางคนอาจมีปัญหาในการเข้าสังคม เกิดภาวะซึมเศร้าตามมา

                     แต่หาค่า BMI ยังไม่สูงมาก หลักการลดน้ำหนักคือ ทานอาหารที่ให้ได้พลังงานน้อยกว่าที่ต้องใช้ในแต่ละวัน ซึ่งโดยรวมคือต้องทานให้ได้น้อยกว่า 1500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ทั้งนี้ควรทานอาหารเป็นมื้อ งดอาหารจุบจิบระหว่างมื้อ อาหารในแต่ละมื้อให้ค่อยๆ ทยอยลดปริมาณลง หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งแปรรูป อาหารที่มีรสชาติหวาน และอาหารที่มีไขมันสูง รวมถึงลดขนมทุกชนิด งดดื่มน้ำหวานและน้ำต่างๆ ทุกชนิด ให้ดื่มแค่น้ำเปล่าเท่านั้น อาหารควรเน้นผักและผลไม้เป็นหลัก ผลไม้เป็นลูกทานได้ แต่ไม่แนะนำการดื่มน้ำผลไม้ หาเวลาออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน วันละ 30 นาที

                     นอกจากนี้ ควรชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์เพื่อดูน้ำหนักว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ การลดน้ำหนักไม่ควรรีบร้อนและหักโหม ที่สำคัญคือห้ามซื้อยาลดความอ้วนและอาหารเสริมต่างๆ ทานเอง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้ 

                     โรคอ้วนเป็นทั้งปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของหลายๆ โรค ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง นิ่วในถุงน้ำดี โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง  กรดไหลย้อน โรคนอนหลับแล้วหยุดหายใจ หอบหืด ปวดตามกระดูกข้อต่อ ปวดหลัง ข้อเสื่อม และเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร ดังนั้นแนะนำควรหาเวลาไปตรวจสุขภาพเพื่อตรวจหาโรคต่างๆ เหล่านี้ร่วมด้วยค่ะ 

     

                   

     

                    สำหรับการปฏิบัติด้วยตัวเองโดยทั่วไปคือ การทานอาหารเป็นมื้อ งดอาหารจุบจิบระหว่างมื้อ อาหารในแต่ละมื้อให้ค่อยๆ ทยอยลดปริมาณลง หลีกเลี่ยงอาหารประเภทแป้งแปรรูป อาหารที่มีรสชาติหวาน และอาหารที่มีไขมันสูง รวมถึงลดขนมทุกชนิด งดการดื่มเครื่องดื่มที่ไม่ใช่น้ำเปล่า อาหารควรเน้นผักและผลไม้เป็นหลัก ผลไม้เป็นลูกทานได้ แต่ไม่แนะนำการดื่มน้ำผลไม้ หาเวลาออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน วันละ 30 นาที แต่ทั้งนี้ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนนะคะว่าออกกำลังวิธีไหนที่เหมาะสมกับเรา และหัวใจควรเต้นไม่เกินเท่าไหร่ เนื่องจากอาจเกิดอันตรายได้ค่ะ  

     

                      นอกจากนี้ ควรชั่งน้ำหนักทุกสัปดาห์เพื่อดูน้ำหนักว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ การลดน้ำหนักไม่ควรรีบร้อนและหักโหมค่ะ ที่สำคัญคือห้ามซื้อยาลดความอ้วนและอาหารเสริมต่างๆ ทานเอง เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงที่อันตรายได้